เกิดเหตุจลาจลต่อต้านผู้อพยพปะทุขึ้นในเมืองเบลฟาสต์ของไอร์แลนด์เหนือเมื่อวันอังคาร (9 มิ.ย.) โดยกลุ่มผู้ประท้วงหลายร้อยคนรวมตัวกันบนท้องถนนก่อเหตุเผารถและทำลายบ้านเรือนเพื่อแสดงความโกรธแค้น หลังเกิดเหตุชายชาวซูดานรายหนึ่งก่อคดีใช้มีดแทงเหยื่อจนได้รับบาดเจ็บสาหัสบริเวณลำคอและศีรษะ
เหตุการณ์บานปลายเมื่อกลุ่มวัยรุ่นสวมหน้ากากปิดบังใบหน้าออกมารวมตัวกันหลายจุดทั่วเมือง ส่งผลให้ตำรวจต้องนำรถหุ้มเกราะออกมาควบคุมสถานการณ์ โดยผู้ประท้วงได้จุดไฟเผารถหลายคัน รวมถึงรถบัสในเขตตะวันออกของเบลฟาสต์ ขณะที่สำนักข่าวบีบีซี (BBC) รายงานว่ามีกลุ่มชายราว 100 คนบุกพังประตูและหน้าต่างบ้านเรือนในละแวกนั้น ส่วนสำนักข่าวสกาย นิวส์ (Sky News) ได้เผยแพร่ภาพไฟไหม้บ้านหลังหนึ่ง
ไรอัน เฮนเดอร์สัน ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจไอร์แลนด์เหนือ ได้ประกาศให้เหตุการณ์นี้เป็น "เหตุการณ์วิกฤต" โดยเขาระบุว่า เข้าใจดีว่าคดีพยายามฆ่าที่เกิดขึ้นเมื่อคืนก่อนจะทำให้ประชาชนรู้สึกทั้งหวาดกลัวและโกรธแค้น โดยเหยื่อในคดีนี้เป็นชายวัย 40 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัสที่ดวงตาและมีรอยถูกฟันที่ใบหน้าและแผ่นหลังจากการโจมตีที่โหดเหี้ยม ซึ่งเจ้าหน้าที่พบมีดทำครัวตกอยู่ในที่เกิดเหตุ
ด้านผู้ต้องสงสัยเป็นชายชาวซูดานวัย 30 ปี ถูกตั้งข้อหาพยายามฆ่า พกพาอาวุธมีคมในที่สาธารณะ และข่มขู่หมายเอาชีวิต โดยเขาต้องขึ้นศาลชั้นต้นเบลฟาสต์ในวันพุธ (10 มิ.ย.)
จากการสืบสวนพบว่า ผู้ต้องสงสัยพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว และเพิ่งได้รับอนุญาตให้พำนักในสหราชอาณาจักร (UK) ในฐานะผู้ขอลี้ภัยเมื่อเดือนก.ย. 2566 โดยเขาเดินทางจากกรุงดับลินมายังเบลฟาสต์ด้วยรถบัสเมื่อเดือนก.พ. ปีเดียวกัน หลังจากที่ได้บินจากกรุงปารีสมายังดับลินโดยไม่ทราบวันที่แน่ชัด
จอน บูเชอร์ ผู้บัญชาการตำรวจไอร์แลนด์เหนือ ยืนยันว่า "ไม่พบประวัติหรือข้อมูลใด ๆ ของผู้ต้องสงสัยรายนี้ในฐานข้อมูลความมั่นคงแห่งชาติของเรา และเขาไม่เคยเป็นที่รู้จักของตำรวจไอร์แลนด์เหนือมาก่อน"