ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 31.27 อ่อนค่าตามภูมิภาค-รับราคาทองร่วง คาดกรอบพรุ่งนี้ 31.15-31.35

ข่าวเศรษฐกิจ Wednesday January 7, 2026 17:32 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทปิดตลาดเย็นนี้ อยู่ที่ระดับ 31.27 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าจาก ช่วงเช้า ที่เปิดตลาดที่ระดับ 31.20 บาท/ดอลลาร์

โดยระหว่างวัน เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 31.19-31.30 บาท/ดอลลาร์ เป็นการอ่อนค่าตามทิศทางเดียวกับสกุลเงินอื่น ในภูมิภาค ประกอบกับราคาทองคำตลาดโลกวันนี้ ร่วงลงไป 20 ดอลลาร์/ออนซ์ ขณะที่ การรายงานสรุปอัตราเงินเฟ้อของไทย ปี 68 ที่ ออกมา -0.14% ไม่ได้ส่งผลต่อทิศทางของค่าเงินบาทเท่าใดนัก

สำหรับคืนนี้ ต้องรอติดตามการรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในส่วนของตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน และอัตราการหมุน เวียนของแรงงาน (JOLRS) เดือนพ.ย. และ ดัชนีภาคบริการเดือน ธ.ค. จาก ISM

"คืนนี้ตลาดรอดูตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนของฝั่งสหรัฐฯ และยังคงติดตามทิศทางราคาทองคำ" นักบริหารเงิน ระบุ

นักบริหารเงิน คาดว่า พรุ่งนี้ เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 31.15-31.35 บาท/ดอลลาร์

  • ปัจจัยสำคัญ
  • เงินเยน อยู่ที่ระดับ 156.48 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ระดับ 156.71 เยน/ดอลลาร์
  • เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1680 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเช้าที่ระดับ 1.1690 ดอลลาร์/ยูโร
  • ดัชนี SET ปิดวันนี้ที่ 1,280.82 จุด เพิ่มขึ้น 6.07 จุด (+0.48%) มูลค่าซื้อขาย 38,904.23 ล้านบาท
  • สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติซื้อสุทธิ 480.26 ล้านบาท
  • ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ชี้ ปัญหาเชิงโครงสร้างและการแข่งขันสูง จะเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันเศรษฐกิจให้มีแนว
โน้มขยายตัวชะลอลง และขยายตัวได้ต่ำกว่าศักยภาพ โดยในปี 69 ธปท. มองว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวชะลอลงจากการบริโภคภาคเอกชนที่
ชะลอตัวตามรายได้จากการส่งออกที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ โดยคาดว่าปี 69 การส่งออกจะขยายตัวได้เพียง
0.6%
  • ธปท. ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่เห็นความเสี่ยงที่เศรษฐกิจไทยจะเป็นภาวะเงินฝืด แต่ยอมรับว่าเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม หลัง
จากที่ในปี 68 อัตราเงินเฟ้อทั่วไป อยู่ที่ -0.14% โดยเป็นการติดลบต่อเนื่องกัน 4 ไตรมาส ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ คาดว่าอัตราเงินเฟ้อ
ปี 69 จะอยู่ที่ 0-1%
  • รมว.คลัง เชื่อว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลได้ผลักดันออกมาอย่างต่อเนื่องในช่วงไตรมาส 4/68 ผ่านแนว
นโยบาย Quick Big Win 5 เสาหลัก 1 ฐานรากนั้น จะช่วยให้เศรษฐกิจไทยฟื้นจากหล่ม และมีส่วนช่วยดัน GDP ของทั้งปี 68 ให้เพิ่ม
ขึ้นได้อีกอย่างน้อย 0.2%
  • คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) คาดเศรษฐกิจไทยปี 69 มีแนวโน้มโตต่ำกว่า 2% เป็นครั้งแรกในรอบ
30 ปี และคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะโตต่ำสุดในภูมิภาค จากทั้งความเปราะบางเชิงโครงสร้างที่มีอยู่เดิม หนี้ครัวเรือนสูง ข้อจำกัดทางการ
คลัง ประกอบกับผลกระทบจากภัยพิบัติ เงินบาทแข็งค่า อาชญากรรมทางไซเบอร์ การเคลื่อนย้ายเงินทุนเทา และความเสี่ยงจากกระบวน
การจัดทำงบประมาณที่ล่าช้า
  • ประธานกรรมการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ตลท. อาจเปิดทางให้ธุรกิจเครื่องดื่ม
แอลกอฮอล์ ทำการเสนอขายหุ้นต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก (IPO) หลังจากที่ธุรกิจกลุ่มนี้ได้ถูกห้ามไม่ให้ทำ IPO ในตลาดหุ้นไทยมาเป็น
เวลานาน โดยการส่งสัญญาณเปิดไฟเขียวดังกล่าวมีขึ้น ในขณะที่ ตลท.พยายามกระตุ้นภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นไทยที่กำลังซบเซา
  • ธนาคารกลางจีน (PBOC) ให้คำมั่นว่า จะเดินหน้าใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายปานกลางในปี 2569 โดยจะใช้
เครื่องมือต่าง ๆ เช่น การปรับลดอัตราส่วนการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์ (RRR) และการปรับลดอัตราดอกเบี้ย เพื่อรักษาสภาพคล่อง
ในระบบให้เพียงพอ
  • โกลด์แมน แซคส์ คาดการณ์ว่า ตลาดหุ้นจีน มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องในปี 2569 โดยได้แรงหนุนจากการเติบโตของผล
ประกอบการบริษัทจดทะเบียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทที่นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาปรับใช้ในธุรกิจ และมาตรการกระตุ้น
เศรษฐกิจของรัฐบาลจีน
  • ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ที่จะมีการรายงานในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีภาคบริการเดือนธ.ค., ตัวเลขการเปิดรับ

สมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) เดือนพ.ย., ยอดส่งออก ยอดนำเข้า และดุลการค้าเดือนต.ค., จำนวนผู้ขอรับ

สวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, การคาดการณ์เงินเฟ้อของผู้บริโภคเดือนธ.ค., ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนธ.ค. และ ดัชนีความ

เชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นต้นเดือนม.ค.


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ