พาณิชย์ เผยส่งออกปี 68 ร้อนแรงทุบสถิติ ทองคำ-ชิปพุ่ง หวั่นปี 69 ติดลบเซ่นกำแพงภาษี-สงครามการค้าโลก

ข่าวเศรษฐกิจ Friday January 23, 2026 10:51 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

พาณิชย์ เผยส่งออกปี 68 ร้อนแรงทุบสถิติ ทองคำ-ชิปพุ่ง หวั่นปี 69 ติดลบเซ่นกำแพงภาษี-สงครามการค้าโลก

สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศของไทยเดือน ธ.ค.68 ว่า การส่งออกมีมูลค่า 28,928.4 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 16.8% ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 29,280.4 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 18.8% ส่งผลให้ขาดดุลการค้า 352 ล้านดอลลาร์

โดยการส่งออก มีปัจจัยหนุนจากสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ขยายตัวสูง และเร่งขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากการเร่งส่งออกไปสหรัฐฯ โดยการส่งออกไปสหรัฐฯ ยังคงขยายตัวสูงตามการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ แม้เผชิญกำแพงภาษีนำเข้า

ทั้งนี้ ส่งผลให้ภาพรวมการส่งออกของไทยในปี 68 มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 339,635 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 12.9% ส่วนการนำเข้า มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 344,943 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 12.9% ส่งผลให้ในปี 2568 ไทยขาดดุลการค้า 5,307.9 ล้านดอลลาร์

อย่างไรก็ดี มูลค่าการส่งออกและนำเข้าของไทยในปี 68 ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยการส่งออกขยายตัวสูงสุดในรอบ 4 ปี และการนำเข้าขยายตัวสูงสุดในรอบ 3 ปี

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการ สนค. กล่าวว่า การส่งออกของไทยในเดือนธ.ค.68 ยังขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 18 ซึ่งแรงขับเคลื่อนหลัก ยังคงเป็นสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เติบโตตามการอัปเกรดเทคโนโลยีสมัยใหม่สู่ยุค AI และการกระจายความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทาน จากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่มีต่อเนื่อง ในขณะที่การส่งออกสินค้าเกษตรอยู่ในภาวะหดตัว จากภัยพิบัติทางธรรมชาติ และการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดโลก

อย่างไรก็ดี การส่งออกของไทยในเดือนธ.ค.68 ที่ 16.8% นั้น หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัวที่ 16.6% ขณะที่การส่งออกไทยทั้งปี 68 ที่ขยายตัว 12.9% หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย จะขยายตัวได้ 14%

"ในปี 68 การส่งออกทองคำ ในแง่มูลค่าเพิ่มขึ้น 48.5% ส่วนในแง่ปริมาณ เพิ่มขึ้น 8.4% และเฉพาะเดือนธ.ค.68 เพียงเดือนเดียว ปริมาณการส่งออกทองคำ พุ่งสูงถึง 148.4% เป็นส่วนที่เป็นผลโดยตรงจากเรื่อง Geopolitics และการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความมั่นคงมากขึ้น" ผู้อำนวยการ สนค. ระบุ
  • การส่งออกปี 68 แยกเป็นรายกลุ่มสินค้า

- สินค้าเกษตร : การส่งออกเดือนธ.ค.68 หดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 มูลค่า 2,061 ล้านดอลลาร์ ลดลง 0.6% ส่วนทั้งปี 68 มูลค่าการส่งออกรวม 27,691 ล้านดอลลาร์ ลดลง 4.1% โดยสินค้าเกษตรที่ยังขยายตัวดี ได้แก่ ไก่แปรรูป, ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งแห้ง ส่วนที่หดตัว ได้แก่ ข้าว, ยางพารา และผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง

- สินค้าอุตสาหกรมมเกษตร : การส่งออกเดือนธ.ค.68 กลับมาขยายตัวเป็นบวก ที่มูลค่า 1,840.9 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 6.8% ส่วนทั้งปี 68 มูลค่าการส่งออกรวม 24,381 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 4.1% โดยสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรที่ขยายตัวดี ได้แก่ ไขมันและน้ำมันจากพืช-สัตว์, อาหารสัตว์เลี้ยง, ผลไม้กระป๋องและแปรรูป

- สินค้าอุตสาหกรรม : การส่งออกเดือนธ.ค.68 ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 21 มูลค่า 24,329.2 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 20.3% ส่วนทั้งปี 68 มูลค่าการส่งออกรวม 278,821 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 17.4% โดยสินค้าที่ยังขยายตัวดี ได้แก่ เครื่องโทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ, หม้อแปลงไฟฟ้า และส่วนประกอบ, เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ, แผงสวิตช์ และแผงควบคุมกระแสไฟฟ้า, เครื่องจักรกล และส่วนประกอบ

  • ตลาดส่งออกสำคัญที่ขยายตัว-หดตัว

ตลาดส่งออกสำคัญของไทย ที่ขยายตัวได้ดีใน 5 อันดับแรก ได้แก่

อันดับ 1 สวิตเซอร์แลนด์ ขยายตัว 341.3% อันดับ 2 สหรัฐฯ ขยายตัว 54.3% อันดับ 3 แคนาดา ขยายตัว 34.1% อันดับ 4 ทวีปออสเตรเลีย ขยายตัว 30.2% และอันดับ 5 ตะวันออกกลาง ขยายตัว 20.5%

ส่วนตลาดส่งออกสำคัญของไทย ที่ลดลงใน 5 อันดับแรก ได้แก่

อันดับ 1 รัสเซียและ CIS ลดลง 21.7% อันดับ 2 เอเชียใต้ ลดลง 14.3% อันดับ 3 สหราชอาณาจักร ลดลง 12.8% อันดับ 4 CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม) ลดลง 11.4% และอันดับ 5 เกาหลีใต้ ลดลง 8.9%

  • วางสถานะไทยให้เป็นกลาง ภายใต้ปัญหา Geopolitics

นายนันทพงษ์ มองแนวโน้มการส่งออกในเดือนม.ค.69 ว่า ขึ้นกับปัจจัยสำคัญ 2 เรื่องคือ 1.วัฎจักรสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ยัง carry on สูงหรือไม่ ถ้ายังสูง ก็จะมีผลให้การส่งออกไทยยังเป็นบวก แต่ขณะเดียวกัน ปัจจัยที่น่ากังวล คือ ปัญหาความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ ที่มีความไม่แน่นอนสูงมาก สถานการณ์เปลี่ยนแปลงค่อนข้างรวดเร็ว ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้การคาดการณ์แนวโน้มการส่งออกว่าจะบวกหรือลบเป็นไปได้ค่อนข้างยาก

อย่างไรก็ดี การรับมือปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์นั้น จุดยืนของไทยในด้านเศรษฐกิจที่สำคัญ คือการสมดุลระหว่างขั้วอำนาจของ 2 ฝ่าย และการให้ไทยเข้าไปอยู่ในห่วงโซ่อุปทานที่จะเกิดผลประโยชน์ต่อประเทศไทย ดังเช่น กรณีวัฎจักรของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และสินค้ายานยนต์

"เราจะต้องมีการเตรียมตัวให้ดีว่า Geopolitics จะไปทางไหน ถ้าให้สรุปที่สำคัญคือจะต้อง balance และสร้างสมดุลความเป็นกลางของไทยในทาง Geopolitics" นายนันทพงษ์ ระบุ
  • แนวโน้มส่งออกปี 69

นายนันทพงษ์ กล่าวว่า สนค. ประเมินภาพรวมการส่งออกไทยปี 69 จะขยายตัวอยู่ในช่วง -3.1% ถึง +1.1% โดยคาดว่าการส่งออกไทยจะขยายตัวชะลอลง จากมาตรการทางภาษีของสหรัฐฯ ทั้งมาตรการเดิมและมาตรการใหม่ที่เริ่มส่งผลกระทบชัดเจนขึ้น รวมถึงการปรับเปลี่ยนระเบียบการค้าโลก ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรง ซึ่งส่งผลกระทบต่อโครงสร้างการผลิต และการค้าโลก ตลอดจนทิศทางการแข็งค่าของเงินบาท

อย่างไรก็ตาม การส่งออกไทย ยังมีปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวของอุปสงค์ในกลุ่มสินค้าเทคโนโลยี และ AI ประเด็นด้านความมั่นคงทางอาหาร และการเติบโตของตลาดเกิดใหม่ อาทิ อินเดีย ลาตินอเมริกา และเอเชียกลาง ประกอบกับการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี ภายใต้ความตกลง FTA ฉบับใหม่ที่จะเริ่มมีผลบังคับใช้ในปีนี้

"ในกรณีของ -3.1% มาจากสมมติฐานที่ว่าปัญหาภูมิรัฐศาสตร์จะมีความรุนแรงขึ้น ส่วนในกรณี +1.1% คือสถานการณ์กลับมาปกติ แต่เศรษฐกิจโลกยังชะลอตัว เงินบาทแข็งค่า การลงทุนเริ่มกลับเข้ามา เศรษฐกิจไทยเริ่มฟื้นตัว และสินค้าเกษตรส่งออกได้ดีขึ้นจากมาตรการของภาครัฐ" ผู้อำนวยการ สนค. กล่าว

พร้อมประเมินว่า ในปีนี้ ค่าเงินบาทจะเฉลี่ยอยู่ในช่วง 31 บาท/ดอลลาร์ แต่ทั้งนี้ ก็ขึ้นอยู่กับ 3 ปัจจัยสำคัญด้วย กล่าวคือ 1.ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะลดดอกเบี้ยนโยบายลงมากน้อยเพียงใด 2. ทิศทางของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และ 3. ความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์จะรุนแรงเพิ่มขึ้นหรือไม่ เพราะจะมีผลต่อการตัดสินใจเข้าลงทุนในทองคำ ซึ่งถือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ จะติดตามสถานการณ์และมาตรการทางการค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อแก้ไขอุปสรรคอย่างทันท่วงที และเสริมสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ส่งออกไทยในระยะยาว


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ