เกินต้าน! กบข. เพิ่มพอร์ตลงทุน "ทองคำ" รับมือความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์

ข่าวเศรษฐกิจ Monday January 26, 2026 17:02 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

เกินต้าน! กบข. เพิ่มพอร์ตลงทุน

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ทำให้ในช่วงที่ผ่านมา กบข.ได้มีการปรับพอร์ตลงทุนเพื่อรับมือกับความเสี่ยงดังกล่าว โดยได้มีการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในทองคำมากขึ้น จากเดิมที่ไม่เคยมีเลย เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ได้รับความนิยมจากสมาชิกเพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งส่วนหนึ่ง เป็นผลจากสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายพื้นที่ ทำให้ทั่วโลกต่างกังวลกับความไม่แน่นอน และหันมาลงทุนในทองคำกันมากขึ้น เพราะถือว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย

"ปีที่ผ่านมา เราเพิ่มทองคำเข้าไปในพอร์ตของ กบข. พอสมควร จากเดิมที่เราไม่มีเลย เพราะเดิมที เราเชื่อว่าทองคำเป็นสินทรัพย์เสี่ยง ไม่ใช่สินทรัพย์มั่นคง แต่ด้วยพฤติกรรมของทองคำ และพฤติกรรมของความเสี่ยงที่เกิดขึ้น ทองคำจึงถูกจัดในนิยามใหม่ เป็นสินทรัพย์เพื่อลดความเสี่ยง เพราะส่วนใหญ่มองว่าสงครามยังไม่จบ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ยังเยอะ ทองคำก็จะถูกนำมาใช้อย่างแน่นอน ทำให้ช่วงที่ผ่านมา สมาชิก กบข.นิยมลงทุนในทองคำเพิ่มขึ้น" เลขาธิการ กบข.กล่าว

พร้อมระบุว่า กบข. ยังได้ทบทวนแผน Strategic Asset Allocation (ASS) ซึ่งเป็นแผนกลยุทธ์การจัดสรรเงินลงทุนระยะยาว 15-20 ปี ซึ่ง กบข. มีการทบทวนแผนดังกล่าวทุก 3-5 ปี และเมื่อปี 2568 ได้มีการทบทวนแผน SAA เรียบร้อยแล้ว โดยได้มีการปรับนิยามใหม่ในเรื่องของสินทรัพย์ที่จะลงทุน โดยมุ่งเน้นให้ความสำคัญกับสิ่งที่จะลงทุนด้วยความเข้าใจ และสามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในกรณีที่มีเหตุการณ์เปลี่ยนแปลง รวมถึงยังได้มีการปรับพอร์ตการลงทุนในต่างประเทศให้มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างผลตอบแทนให้กับสมาชิกมากขึ้นด้วย โดยปัจจุบัน กบข. ลงทุนในสินทรัพย์ 18 ประเภท ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ

นายทรงพล กล่าวว่า กบข. ได้เน้นการพิจารณาสินทรัพย์ และประเทศที่เหมาะสมจะลงทุน ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในประเทศไทยเอง ในเอเชีย ตะวันออกกลาง ยุโรป หรือสหรัฐฯ เพราะมีปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ กล่าวคือ ประเทศนั้นมีสินทรัพย์อะไรบ้าง ภาพรวมเศรษฐกิจมีการเติบโตอย่างไร เพราะจะมีผลกับการเติบโตของสินทรัพย์แต่ละประเภทที่แตกต่างกัน

ทั้งนี้ ยืนยันว่าหลักในการบริหารของ กบข. คือ การสร้างผลตอบแทนชนะอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ย 10 ปี บวก 2-3% ขึ้นอยู่กับแผนการลงทุนที่สมาชิกเลือก เช่น ถ้าปีนั้น อัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 3% เมื่อบวก 2% จะเท่ากับผลตอบแทนของ กบข. อยู่ที่ 5% เป็นต้น เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของสมาชิกที่จะต้องมีเงินเพียงพอที่จะใช้จ่าย ดำรงชีพหลังเกษียณอายุ ซึ่งหลักการนี้เป็นหลักการบริหารสำคัญของ กบข.

"2 ปีที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่า สหรัฐฯ จีน ยุโรป อินเดีย เอเชีย รวมถึงไทย มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นทั้งหมด ดังนั้น เราจะต้องมีการปรับเปลี่ยนสินทรัพย์เหล่านั้นอยู่เป็นประจำ คงจะตอบชัดเจนไม่ได้ว่าเราจะต้องลงทุนในประเทศนั้นประเทศนี้เท่าไร เพียงแต่ว่า เรามีการติดตามใกล้ชิด หากสถานการณ์เปลี่ยน เราก็พร้อมจะปรับเปลี่ยนแผนการลงทุนตามสถานการณ์ แต่ไม่ใช่การเปลี่ยนแบบรายวัน" นายทรงพล กล่าว

พร้อมยืนยันว่า กบข. ไม่ใช่กองทุนเก็งกำไร แต่เป็นกองทุนที่เน้นการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างผลตอบแทนอย่างมั่นคงให้กับสมาชิกในระยะยาว ทำให้มีการทบทวนนิยามประเภทสินทรัพย์ที่ลงทุนอย่างใกล้ชิด จากเดิมนิยามสินทรัพย์ มีเพียงสินทรัพย์มั่นคง กับสินทรัพย์เสี่ยง หรือสินทรัพย์อื่น ๆ แต่เพิ่มคำนิยามใหม่ว่า สินทรัพย์เชิงรุก และสินทรัพย์เชิงรับ โดยได้มีการติดตามสถานการณ์ และปัจจัยต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด เช่น หากมีสงคราม ควรถือสินทรัพย์ประเภทไหน สถานการณ์ภาวะดอกเบี้ยที่อยู่ในช่วงขาลง หรือภาวะที่การแข่งขันด้านการค้าสูงขึ้น ควรลงทุนสินทรัพย์ประเภทไหน

"เป็นการจัดทำแผนการลงทุน โดยแบ่งพอร์ตว่าควรลงทุนสินทรัพย์แต่ละประเภทตามสถานการณ์เท่าไร อย่างไร เพราะมองว่า สินทรัพย์แต่ละตัวยังมีโอกาสกำไร และมีโอกาสขาดทุน เพียงแต่ต้องเข้าใจให้ชัดเจนว่า ทำไมถึงกำไร ทำไมถึงขาดทุน เพื่อใช้สินทรัพย์แต่ละตัว มาปิดความเสี่ยงซึ่งกันและกัน" เลขาธิการ กบข.ระบุ

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ