บลจ.แอสเซท พลัส เปิดตัวกองทุนเปิด เอแทรคเกอร์ส สเปซ อินโนเวเตอร์ส (A-JEDI) เพื่อตอบโจทย์นักลงทุนที่มองหาโอกาสการเติบโตในระยะยาว ผ่านธีมการลงทุนที่กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจโลกอย่าง "อุตสาหกรรมอวกาศ" กำหนดเสนอขายครั้งแรก (IPO) ระหว่างวันที่ 5 12 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อเปิดโอกาสให้นักลงทุนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของธีมการลงทุนแห่งอนาคต ที่มีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกในยุคใหม่
ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา อวกาศได้เปลี่ยนสถานะจาก "สนามแข่งขันของภาครัฐ" สู่ "ระบบเศรษฐกิจใหม่ของโลก" ที่ภาคเอกชนเข้ามามีบทบาทอย่างชัดเจน ทั้งในด้านเทคโนโลยี การลงทุน และการพัฒนานวัตกรรม โดยอุตสาหกรรมอวกาศทั่วโลกคาดการณ์มีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ยประมาณ 15% ต่อปี (Source: 2023F McKinsey & Company,2025 Actual VanEck) สะท้อนการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของความต้องการใช้งานข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานจากอวกาศในหลากหลายภาคส่วน
แรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจอวกาศ มาจากการปล่อยดาวเทียมในวงโคจรที่หลากหลายและมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ครอบคลุมทั้งการใช้งานด้านกลาโหม ความมั่นคง การสำรวจและศึกษาโลก การสื่อสารเชิงพาณิชย์ การนำทาง (Navigation) รวมถึงการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในภาคธุรกิจบนโลก
ขณะเดียวกัน ต้นทุนในการเข้าถึงอวกาศมีแนวโน้มลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จากพัฒนาการด้านเทคโนโลยีจรวด การผลิตดาวเทียมขนาดเล็ก (Small Satellites) และการปล่อยดาวเทียมเป็นกลุ่ม (Satellite Constellation) ส่งผลให้อวกาศไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมโยงโดยตรงกับเศรษฐกิจดิจิทัลในชีวิตประจำวัน
ธุรกิจอวกาศในปัจจุบันจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการปล่อยจรวดหรือดาวเทียม แต่ครอบคลุมตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานบนวงโคจร ไปจนถึงบริษัทที่นำข้อมูลจากอวกาศมาต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มบนโลก เช่น การสื่อสารผ่านดาวเทียม การวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมเพื่อการเกษตร พลังงาน โลจิสติกส์ เมืองอัจฉริยะ รวมถึงการประยุกต์ใช้ด้านความมั่นคงและกลาโหม
นายกมลยศ สุขุมสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการลงทุน บลจ.แอสเซท พลัส มองว่า อุตสาหกรรมอวกาศยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการเติบโต (Early Stage Growth) และมีศักยภาพในการขยายตัวในระยะยาว จากการบูรณาการเทคโนโลยีอวกาศเข้ากับเศรษฐกิจดิจิทัลและโครงสร้างพื้นฐานของโลกในอนาคต จึงได้เปิดตัว กองทุน A-JEDI ซึ่งได้รับการออกแบบเพื่อเปิดโอกาสให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงการเติบโตของอุตสาหกรรมอวกาศอย่างครบวงจร โดยลงทุนผ่านกองทุนหลัก VanEck Space Innovators UCITS ETF ที่มุ่งเน้นการลงทุนในหุ้นกลุ่มธุรกิจอวกาศทั่วโลก ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำ ทั้งบริษัทเทคโนโลยีเชิงลึก (Deep Tech) และบริษัทที่สามารถสร้างรายได้จากการใช้งานเชิงพาณิชย์ได้จริง
นายกมลยศ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการลงทุนในช่วงต้นน้ำและกลางน้ำ กองทุนจะเน้นหุ้นกลุ่มบริษัทโครงสร้างพื้นฐานด้านอวกาศ อาทิ บริษัทผู้ผลิตดาวเทียม บริษัทที่ให้บริการปล่อยจรวดและดาวเทียม รวมถึงผู้พัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง เช่น Rocket Lab และ Globalstar เป็นต้น ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของระบบนิเวศอวกาศ ขณะที่การลงทุนในช่วงปลายน้ำ จะมุ่งเน้นบริษัทที่นำข้อมูลและศักยภาพจากอวกาศมาสร้างรายได้บนโลก เช่น ธุรกิจด้านการสื่อสารผ่านดาวเทียม การวิเคราะห์ข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียม และการประยุกต์ใช้ในภาคกลาโหมและธุรกิจเชิงพาณิชย์ อาทิ AST SpaceMobile และ Planet ซึ่งสะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากเทคโนโลยีสู่การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม
"อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่น่าจับตามองสำหรับอุตสาหกรรมอวกาศในปีนี้ คือแผนการนำบริษัท SpaceX ของคุณอีลอน มัสก์ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนมิถุนายน โดยนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ประเมินว่าการเสนอขายหุ้นครั้งแรก (IPO) ในครั้งนี้อาจสามารถระดมทุนได้สูงถึง 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะทำให้มูลค่ากิจการพุ่งแตะระดับ (Market Capitalization) ราว 1.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และหากเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ SpaceX จะกลายเป็นหุ้น IPO ที่มีมูลค่าการระดมทุนสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ตลาดหุ้นโลก และจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเร่งการเติบโตของอุตสาหกรรมอวกาศโดยรวมอย่างมีนัยสำคัญ
ทั้งนี้ กองทุนหลัก VanEck Space Innovators UCITS ETF ซึ่งเป็นกองทุนที่กองทุน A-JEDI เข้าไปลงทุน มีแผนจะพิจารณาลงทุนในหุ้น SpaceX เช่นกัน ภายหลังจากที่บริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แล้ว" นายกมลยศ กล่าว
ผลการดำเนินงานย้อนหลัง กองทุนหลัก VanEck Space Innovators UCITS ETF สามารถสร้างผลตอบแทนได้สูงถึง 96% ในปี 68 และ 42.3% ในปี 67 สะท้อนถึงการเติบโตที่โดดเด่นของอุตสาหกรรมอวกาศ ซึ่งเป็นหนึ่งในธีมการลงทุนที่กำลังได้รับความสนใจ และยังมีศักยภาพในการขยายตัวต่อเนื่องในระยะยาว