ภาวะตลาดเงินบาท: เปิด 32.08 คาดอ่อนค่า จับตาสงครามตอ.กลางยืดเยื้อ คาดกรอบวันนี้ 31.95-32.30

ข่าวเศรษฐกิจ Monday March 9, 2026 09:26 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงิน บาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 32.08 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากปิดสัปดาห์ก่อนที่ระดับ 31.92 บาท/ดอลลาร์

โดยตั้งแต่คืนวันศุกร์ที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) ทยอยอ่อนค่าลงบ้างในลักษณะ Sideways Up สอดคล้องกับการเคลื่อน ไหวของเงินดอลลาร์

สัปดาห์นี้ ตลาดจะรอลุ้นรายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (Consumer Confidence) เดือนก.พ ที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ต่อเนื่องจากเดือนก่อนหน้ารับผลการเลือกตั้งและการปรับตัวขึ้นแข็งแกร่งของตลาดหุ้นไทยในช่วงหลังการเลือกตั้ง

สำหรับแนวโน้มเงินบาท เสี่ยงเผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าเพิ่มเติม ท่ามกลางความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์จากสถานการณ์การสู้รบ ในตะวันออกกลางที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง อาจทวีความรุนแรงมากขึ้นและยืดเยื้อ ส่งผลให้ราคาพลังงานโลกปรับตัวสูงขึ้น

"ผู้เล่นในตลาด อย่างฝั่งผู้ส่งออกต่างรอทยอยขายเงินดอลลาร์ ซึ่งอาจพอช่วยชะลอการอ่อนค่าของเงินบาทได้บ้าง แต่ยังคง ต้องติดตามแรงขายสินทรัพย์ไทย จากบรรดานักลงทุนต่างชาติ" นายพูน ระบุ

นายพูน คาดกรอบเงินบาทวันนี้ จะอยู่ที่ระดับ 31.95-32.30 บาท/ดอลลาร์

  • ปัจจัยสำคัญ
  • เงินเยน อยู่ที่ระดับ 158.69 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวันศุกร์ที่ระดับ 157.87/88 เยน/ดอลลาร์
  • เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1510 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวันศุกร์ที่ระดับ 1.1573/1575 ดอลลาร์/ยูโร
  • อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท. อยู่ที่ระดับ 31.756 บาท/ดอลลาร์
  • ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันศุกร์ (6 มี.ค.) หลัง
รายงานการจ้างงานของสหรัฐฯ ออกมาอ่อนแอกว่าที่คาด ส่งผลให้นักลงทุนเพิ่มการคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจปรับลด
อัตราดอกเบี้ยในระยะต่อไป
  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันศุกร์ (6 มี.ค.) หลังข้อมูลการจ้างงานของสหรัฐฯ ออกมาอ่อนแอกว่าคาด ซึ่งช่วย
หนุนความหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจปรับลดอัตราดอกเบี้ย อย่างไรก็ตาม การแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐยังคงกดดันราคา
ทองคำ ทำให้ราคาทองคำปิดตลาดสัปดาห์นี้ลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 5 สัปดาห์
  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นมากกว่า 12% ในวันศุกร์ (6 มี.ค.) ท่ามกลางภาวะอุปทาน
น้ำมันจากตะวันออกกลางที่ตึงตัว หลังช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่านที่ขยายวงกว้าง ส่งผลให้ผู้
ซื้อหันไปมองหาแหล่งน้ำมันดิบทดแทน โดยเฉพาะจากสหรัฐฯ
  • สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางยังไม่มีแนวโน้มคลี่คลายลง โดยล่าสุ ดสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล ได้โจมตีคลัง
เก็บน้ำมันในกรุงเตหะราน และจังหวัดอัลบอร์ซของอิหร่านเมื่อคืนวันเสาร์ (7 มี.ค.) ซึ่งส่งผลให้เกิดไฟลุกไหม้อย่างรุนแรง ส่งผลมีผู้เสีย
ชีวิต 6 ราย และบาดเจ็บอีก 21 ราย
  • สภาผู้เชี่ยวชาญของอิหร่าน ประกาศว่า โมจตาบา คาเมเนอี บุตรชายของ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ได้รับเลือก
ให้เป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน โดยอ้างถึงคะแนนเสียงที่ท่วมท้นจากตัวแทนผู้ทรงเกียรติของสภาฯ
  • นักลงทุนจับตาการเปิดเผยเงินเฟ้อของจีนในวันนี้ เพื่อประเมินว่าจีนจะยังคงเผชิญภาวะเงินฝืดหรือไม่ โดยสำนักงานสถิติ

แห่งชาติจีน จะเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนก.พ. และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนก.พ. ในช่วงเช้าวันนี้


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ