นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่า มาตรการปิดสถานีบริการน้ำมันหลัง 4 ทุ่ม (22.00 น.) นั้น เป็นมาตรการเตรียมความพร้อม การปิดเปิดสถานีบริการจะใช้เฉพาะกรณีที่สถานการณ์ในตะวันออกกลางมีความรุนแรงมากขึ้น จนส่งผลกระทบกับปริมาณน้ำมันสำรองของไทยเข้าขั้นวิกฤตเท่านั้น ซึ่งสถานการณ์ปัจจุบันยังไปไม่ถึงขั้นวิกฤต
ทั้งนี้ ขอความร่วมมือประชาชนอย่าตื่นตระหนกหรือกักตุนน้ำมัน กระทรวงพลังงาน กำลังเร่งประสานผู้ค้าเร่งจัดส่งน้ำมันไปยังพื้นที่ยังมีน้ำมันไม่เพียงพอ เพื่อลดผลกระทบของประชาชนให้น้อยที่สุด
ส่วนกระแสข่าวที่กระทรวงมหาดไทย สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ประสานงานกับสำนักงานพลังงานจังหวัด ให้รวบรวมข้อมูลความต้องการใช้เชื้อเพลิงของภาคเอกชนในพื้นที่อย่างละเอียด ทั้งฐานข้อมูลน้ำมันดีเซล เบนซิน และก๊าซหุงต้ม ซึ่งการเก็บข้อมูลดังกล่าวนั้น จะนำมาใช้เป็นการวางแผนทรัพยากรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และไม่ให้เกิดผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค
"สำหรับกระแสข่าวเรื่องมาตรการปิดสถานีบริการน้ำมันหลังเวลา 22.00 น.นั้น กระทรวงพลังงาน ขอยืนยันว่ามาตรการดังกล่าว "ใช้เฉพาะในกรณีที่ปริมาณน้ำมันสำรองเข้าสู่สภาวะวิกฤตขั้นสูงสุด" ซึ่งในขณะนี้สถานการณ์ยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ จึงขอให้พี่น้องประชาชนใช้ชีวิตตามปกติ และเชื่อมั่นในแผนเตรียมความพร้อมของรัฐบาลที่จะรับมือกับทุกวิกฤตการณ์อย่างสุดความสามารถ" นายสราวุธ กล่าว
อย่างไรก็ตาม กระทรวงพลังงาน ยังคงเฝ้าระวังและติดตามอย่างใกล้ชิด นอกจากนั้น จากการที่สถานีบริการน้ำมันบางพื้นที่ที่ขาดแคลนน้ำมัน กระทรวงพลังงาน ได้ติดตามและบูรณาการการทำงานร่วมกับพาณิชย์จังหวัด เพื่อกำกับดูแลไม่ให้เกิดการกักตุน หรือฉวยโอกาสขึ้นราคา ที่อาจสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชน