กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผยผลการลงพื้นที่ตรวจสอบล้งมะพร้าวจังหวัดราชบุรี กองบัญชาการสอบสวนกลาง (CIB) พบหลักฐานสำคัญที่ชวนให้แน่ใจว่าเป็นนอมินี 6 นิติบุคคล พร้อมเตรียมเอาผิดคนไทยที่มีส่วนรู้เห็นกระทำผิด 10 ราย และชาวต่างชาติ 7 ราย พร้อมลุยตรวจนอมินีต่อเนื่อง คุมกำเนิดนอมินีทั้งรายเก่าและรายใหม่ ยันสนับสนุนผู้ประกอบการที่สุจริตอย่างเต็มที่
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากการที่กรมฯ ได้ตรวจพบนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยง (ล้งมะพร้าว) ที่ใช้คนไทยเป็นนอมินี และได้ส่งรายชื่อ/ข้อมูล ให้กองบัญชาการสอบสวนกลาง (CIB) ดำเนินการตรวจสอบเชิงลึก ล่าสุด DBD และ CIB ได้ร่วมกันเปิดปฏิบัติการ "ปอกเปลือกนอมินี ตัดวงจรเครือข่ายล้งมะพร้าว นอมินีข้ามชาติ" พร้อมวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกของนิติบุคคลที่ต้องสงสัยว่าจะเข้าข่ายลักษณะนอมินี และ CIB ได้เปิดปฏิบัติการตรวจค้นธุรกิจเป้าหมายนิติบุคคลรับซื้อมะพร้าว และโรงงานแปรรูปมะพร้าว พบว่า นิติบุคคลที่มีพฤติการณ์เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ตามท้ายบัญชีหนึ่ง ข้อ 2 การทำนา ทำไร่ หรือทำสวน และ บัญชีสาม ข้อ 13, 14 และ 15 ซึ่งเกี่ยวกับการผลิตผลทางการเกษตร การค้าปลีกและค้าส่ง จำนวน 6 ราย ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี ประกอบด้วย
1) บริษัท อีซี่ โคโค้นัท จำกัด
2) บริษัท หลง แมน โคโค่นัท จำกัด
3) บริษัท ฟลาย โคโคนัท จำกัด
4) บริษัท หยู่ เซียน หยวน (ประเทศไทย) จำกัด
5) บริษัท ไทยเฉิงต้า เทรดดิ้ง จำกัด
6) บริษัท เหอไท่เซิ่ง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
และพบผู้ร่วมดำเนินการบุคคลสัญชาติไทย 10 ราย และชาวต่างชาติ 7 ราย
นายพูนพงษ์ กล่าวต่อว่า พฤติการณ์ที่เป็นข้อบ่งชี้ว่าเข้าข่ายนอมินี เช่น
1) นิติบุคคลมีชื่อคนไทยถือหุ้นสัดส่วน 51% แต่พบว่าผู้ถือหุ้นชาวไทย มีสถานะเป็นเพียงพนักงานระดับปฏิบัติการ พนักงานบัญชี หรือเป็นบุคคลที่ถูกว่าจ้างให้ลงชื่อในเอกสารเท่านั้น ไม่มีอำนาจการตัดสินใจในธุรกิจ และไม่ได้รับส่วนแบ่งกำไรจากการประกอบธุรกิจ
2) ไม่มีอำนาจในการบริหารจัดการธุรกิจ ชาวต่างชาติที่เป็นนายทุนมีอำนาจในการสั่งซื้อ กำหนดราคา และระบบจัดการขนส่งทั้งหมด
3) ชาวต่างชาติที่เป็นนายทุน เข้าครอบงำห่วงโซ่อุปทานมะพร้าวน้ำหอม ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำแบบเบ็ดเสร็จ กำหนดราคารับซื้อหน้าสวนในราคาที่ต่ำกว่าปกติ กำไรที่ได้รับถูกโอนกลับไปยังกลุ่มนายทุนต่างชาติ โดยแจ้งผลประกอบการ ขาดทุน สวนทางกัยรายได้ที่เพิ่มสูงขึ้นในแต่ละปี เป็นการอาศัยช่องว่างทางกฎหมาย เอื้อประโยชน์นายทุนต่างชาติให้ไม่ต้องเสียภาษีแก่รัฐไทยอย่างถูกต้อง
"สำหรับเรื่องราคา เชื่อว่าจากนี้น่าจะมีการทยอยปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งมีที่มาจากหลายสาเหตุ การที่ทุนต่างชาติเข้าครอบงำห่วงโซ่อุปทานมะพร้าวน้ำหอม เป็นเพียงหนึ่งสาเหตุเท่านั้น ฉะนั้นทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องเข้ามาช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรตลอดห่วงโซ่อุปทาน" อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ระบุ
ทั้งนี้ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกรมฯ และผู้กระทำผิดจะต้องได้รับโทษ คือ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 ตามมาตรา 36 กรณีคนไทยที่ให้ความช่วยเหลือสนับสนุนคนต่างด้าวให้กระทำความผิด และมาตรา 37 กรณีคนต่างด้าวที่ประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือ ปรับตั้งแต่ 100,000-1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยหากฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลต้องระวางโทษ ปรับรายวัน วันละ 10,000-50,000 บาท จนกว่าจะเลิกฝ่าฝืน
นอกจากนี้ หากตรวจพบว่าสำนักงานบัญชี หรือผู้ทำบัญชี มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด โดยใช้เอกสารประกอบการทำบัญชีที่ไม่ถูกต้อง จะเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543 มาตรา 20 ซึ่งจะมีอัตราโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท รวมถึง พ.ร.บ.วิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 สำหรับสำนักงานบัญชี หรือผู้ทำบัญชี มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี ที่กำหนดโดยสภาวิชาชีพบัญชี และหากผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี หรือผู้ซึ่งขึ้นทะเบียนกับสภาวิชาชีพบัญชีไม่ปฏิบัติตามจรรยาบรรณที่กำหนดตาม พ.ร.บ.นี้ ให้ถือว่าผู้นั้นประพฤติผิดจรรยาบรรณ ต้องได้รับโทษตามที่กฎหมายกำหนด