กนอ. ชูยุทธศาสตร์ "RAPID Platform" ตอบโจทย์เมกะเทรนด์โลกปักหมุดไทย ดัน FTA อาวุธลับดึงเม็ดเงินลงทุน

ข่าวเศรษฐกิจ Thursday March 12, 2026 10:46 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวในงานสัมมนา "Thailand-China Investment Forum: Keys to Success & Sustainable Growth for Chinese Enterprises" หัวข้อ " INVESTMENT LOCATION SELECTION AND KEY CONSIDERATIONS" เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2569 เพื่อแสดงวิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนนิคมอุตสาหกรรมไทยสู่มาตรฐานสากล

นายสุเมธ ระบุว่า ในปี 2569 กนอ.มุ่งขับเคลื่อนด้วย "RAPID Platform" เพื่อตอบโจทย์เมกะเทรนด์โลก และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมไทย ประกอบด้วย :

R - Regulatory Flexibility การเพิ่มความยืดหยุ่นด้านกฎระเบียบและใช้ Regulatory Sandbox เพื่อปลดล็อกข้อจำกัดและรองรับอุตสาหกรรมใหม่ๆ

A - Advanced Infrastructure การยกระดับโครงสร้างพื้นฐานสู่มาตรฐานสากลและส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด

P - Productivity through Innovation การเพิ่มผลิตภาพด้วยนวัตกรรมและส่งเสริมกลุ่มธุรกิจมูลค่าสูง (High-value Business)

I - Integrated Digital Transformation การนำเทคโนโลยี AI และ Big Data มาใช้บริหารจัดการผ่าน Dashboard เพื่อความโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ

D - Driving Growth & Sustainability ขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนตามหลักการ ESG และเป้าหมายความยั่งยืน (SDGs) และยังพร้อมให้บริการเบ็ดเสร็จ รวดเร็วกว่า ผ่านศูนย์ Total Solution Center (TSC) ที่ช่วยลดระยะเวลาการขอใบอนุญาตให้รวดเร็วยิ่งขึ้น

นายสุเมธ กล่าวอีกว่า กนอ. ชูจุดเด่นเรื่องความรวดเร็วในการอนุมัติอนุญาตผ่านศูนย์ TSC เพื่อให้นักลงทุนเริ่มธุรกิจได้เร็วที่สุด โดยนักลงทุนในนิคมอุตสาหกรรม 82 แห่ง และท่าเรืออุตสาหกรรม 1 แห่ง ของ กนอ. จะได้รับสิทธิพิเศษที่เหนือกว่าสิทธิประโยชน์ทั่วไป เช่น การถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดิน การนำผู้เชี่ยวชาญต่างชาติและครอบครัวเข้ามาพำนัก และการโอนเงินตราต่างประเทศ สิทธิประโยชน์ในเขตประกอบการเสรี (I-EA-T Free Zone) ยกเว้นภาษีนำเข้า/ส่งออก และภาษีสรรพสามิตสำหรับเครื่องจักรและวัตถุดิบ

รวมถึง การบริหารจัดการกฎถิ่นกำอย่างเนิดสินค้าเพื่อสิทธิประโยชน์จาก FTA ซึ่งสถิติในปี 2025 ที่ผ่านมา ประเทศไทยมียอดคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนรวมสูงถึง 1,876,653 ล้านบาท โดยกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายอย่าง อีวี, เซมิคอนดักเตอร์, และดิจิทัล เป็นกลุ่มที่ กนอ. พร้อมสนับสนุนอย่างเต็มที่ด้วยพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมกว่า 211,320 ไร่ ที่ครอบคลุมทั่วประเทศ

นายสุเมธ เปิดเผยว่า ในยุคที่ภูมิรัฐศาสตร์โลกมีความผันผวน การขยายการลงทุนเพื่อกระจายความเสี่ยง และการปรับโครงสร้างซัพพลายเชน กนอ.พร้อมใช้จุดแข็งของประเทศไทยที่มีโครงสร้างพื้นฐานชั้นยอด ห่วงโซ่อุปทานที่แข็งแกร่ง และสิทธิประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี (FTA) เป็นอาวุธสำคัญในการดึงดูดนักลงทุน ซึ่งปัจจุบัน FTA ไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่เป็น 'ทางรอด' ของผู้ประกอบการ

ทั้งนี้ ไทยมี FTA ที่มีผลบังคับใช้แล้วถึง 14 ฉบับ กับ 18 ประเทศ และกำลังจะมีเพิ่มขึ้นในปี 2026 อีก 3 ฉบับ ได้แก่ ไทย-ศรีลังกา (SLTFTA) , ไทย-สมาคมการค้าเสรียุโรป (Thai-EFTA) และ ไทย-ภูฏาน (THBTFTA) และ กนอ. เร่งสร้างความเข้าใจเรื่องกฎถิ่นกำเนิดสินค้า (Rules of Origin - RoO) ซึ่งเปรียบเสมือน 'พาสปอร์ตสินค้า' เพื่อให้นักลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมสามารถใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีได้อย่างสูงสุด

"กนอ. พร้อมเป็นคู่คิดที่วางใจได้ให้นักลงทุนจากทั่วโลก เรามุ่งมั่นดึงดูดอุตสาหกรรมเป้าหมาย ทั้งยานยนต์ EV เซมิคอนดักเตอร์ และดิจิทัล เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจไทยในฐานะจุดเชื่อมโยงสำคัญของห่วงโซ่อุปทานโลก"นายสุเมธ กล่าว

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ