ภาวะตลาดเงินบาท: เงินบาทระหว่างวันแตะ 32.40 อ่อนค่าสุดรอบ 4 เดือน ก่อนกลับมาปิดที่ 32.28/30

ข่าวเศรษฐกิจ Friday March 13, 2026 17:32 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า เงินบาทปิดตลาดเย็นนี้ อยู่ที่ระดับ 32.28/30 บาท/ดอลลาร์ จากช่วงเช้า ที่เปิดตลาดที่ระดับ 32.15 บาท/ดอลลาร์ โดยระหว่างวันเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบกว้าง 32.15 - 32.40 บาท/ดอลลาร์

วันนี้เงินบาทระหว่างวันเงินบาทขึ้นไปถึงระดับ 32.40 บาท/ดอลลาร์ ถือว่าเป็นระดับที่อ่อนค่าสุดในรอบประมาณ 4 เดือน โดยเงินบาทเคลื่อนไหวทิศทางเดียวกับสกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาค จากปัจจัยที่ดอลลาร์ปรับตัวแข็งค่า จากราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น ประกอบ กับราคาทองคำในตลาดโลกย่อลง ส่งผลให้เงินบาทอ่อนค่า

สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตามวันนี้ คือ ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) และผลิตภัณฑ์มวลรวม ภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 4/68 ของสหรัฐฯ อย่างไรก็ดี ปัจจัยหลักที่ต้องติดตามในช่วงนี้ยังคงเป็นสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวัน ออกกลาง

นักบริหารเงิน คาดว่า วันจันทร์เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 32.10 - 32.50 บาท/ดอลลาร์

  • ปัจจัยสำคัญ
  • เงินเยน อยู่ที่ระดับ 159.47/50 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ระดับ 159.25 เยน/ดอลลาร์
  • เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1454/1456 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเช้าที่ระดับ 1.1510 ดอลลาร์/ยูโร
  • ดัชนี SET ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,409.35 จุด ลดลง 20.45 จุด (-1.43%) โดยมีมูลค่าการซื้อขาย 60,444.59 ล้านบาท
  • สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติขายสุทธิ 4,912.87 ล้านบาท
  • รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออก
กลาง (ศบก.) กล่าวถึงสถานการณ์พลังงานของไทย ยืนยันว่าปริมาณสำรองน้ำมันดิบยังมีเพียงพอไปอีก 98 วัน และรัฐบาลอยู่ระหว่างมอบ
หมายให้กระทรวงพลังงานเจรจาซื้อน้ำมันจากรัสเซียเพิ่มเติม หลังจากสหรัฐฯ ยกเลิกมาตรการบอยคอต
  • ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ม.หอการค้าไทย ประเมินผลกระทบเบื้องต้นต่อเศรษฐกิจไทย จากสถานการณ์สู้รบใน
ตะวันออกกลาง และทำให้มีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นช่องทางที่น้ำมันดิบในตลาดโลกถึง 20% หรือคิดเป็น 20 ล้านบาร์เรล/วัน จะ
ต้องขนส่งผ่านเส้นทางนี้ สำหรับความเป็นไปได้มากสุด คือสถานการณ์ความขัดแย้งกินเวลาประมาณ 2 เดือน ซึ่งมีโอกาสจะกระทบต่อ
GDP ปีนี้ให้หายไปราว 1% โดยคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะโตในกรอบ 1-1.6% แต่หากสถานการณ์รุนแรงกว่านั้น ก็อาจจะเหลือโตน้อยกว่า
1% ได้ และในกรณีที่ยืดเยื้อและบานปลาย ก็มีโอกาสที่เศรษฐกิจไทยจะหดตัว เป็นในทิศทางเดียวกันทั้งโลกที่เศรษฐกิจติดลบ สำหรับกรณี
เลวร้ายสุดหากสงครามยืดเยื้อ 6 เดือน จะกระทบ GDP ปีนี้ 2.3% เสียหาย 4 แสนล้านบาท
  • ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค เดือนก.พ. 69 อยู่ที่ระดับ 53.7 (ไม่รวมผลกระทบจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ
อิสราเอล และอิหร่าน) ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 และอยู่ในระดับสูงสุดในรอบ 9 เดือน นับตั้งแต่
เดือนมิ.ย. 69 เนื่องจากสภาพัฒน์ ประกาศตัวเลขอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปี 68 ขยายตัว 2.4% ดีกว่าที่คาด และปรับเป้า
หมายแนวโน้มเศรษฐกิจในปี 69 สูงกว่าเดิมเป็น 2.0% ประกอบกับความหวังที่จะได้รัฐบาลชุดใหม่ที่จะมากระตุ้นเศรษฐกิจให้ปรับตัวดีขึ้น
  • รัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้อนุญาตให้ประเทศต่าง ๆ สามารถซื้อน้ำมันของรัสเซียที่อยู่ระหว่างการขนส่งทางทะเลเป็นการชั่ว
คราว เพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับตลาดพลังงาน
  • รัฐมนตรีคลังญี่ปุ่น เปิดเผยว่า รัฐบาลญี่ปุ่นพร้อมที่จะใช้มาตรการที่เป็นไปได้ทั้งหมดเพื่อกำกับดูแลตลาดปริวรรตเงินตราต่าง
ประเทศ โดยจะดำเนินมาตรการดังกล่าวในทุกเมื่อและภายใต้ทุกสถานการณ์ ซึ่งถ้อยแถลงดังกล่าวมีขึ้นในขณะที่เงินดอลลาร์เคลื่อนไหวอยู่ที่
กรอบล่างของ 159 เยน ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง
  • สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกา (USTR) เปิดเผยในวันพฤหัสบดี (12 มี.ค.) ว่า สหรัฐฯ ได้เริ่มดำเนินการ

สอบสวน 60 ประเทศ ภายใต้มาตรา 301 ของกฎหมายการค้า เพื่อพิจารณาว่าประเทศเหล่านี้มีแนวปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมหรือ

ไม่ โดยเฉพาะในประเด็นการดำเนินมาตรการป้องกันสินค้าที่ผลิตด้วยแรงงานบังคับ


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ