"ศุภจี" ยันดูแลราคาสินค้าต้องสมดุลทั้งผู้ผลิต-ผู้บริโภค วอนประชาชนใช้อย่างเหมาะสม ไม่แห่กักตุน

ข่าวเศรษฐกิจ Tuesday March 17, 2026 11:51 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ กล่าวถึงการเสนอมาตรการช่วยเหลือประชาชนในช่วงวิกฤตพลังงาน จากผลพวงของการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง เพื่อให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา ว่าจะพิจารณาทั้งระบบ หรือเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งในส่วนที่กระทรวงพาณิชย์ดูแล ถ้าหากจะขึ้นราคาต้องดูความถูกต้อง ซึ่งมีมาตรการที่ทำร่วมกัน เช่น กระทรวงมหาดไทย รวมถึงพาณิชย์จังหวัด พลังงานจังหวัด

ทั้งนี้ หากเป็นสินค้าควบคุมที่มีการขึ้นราคาเกินกว่ากำหนด จะต้องมีมาตรการที่เข้าไปดูแล ซึ่งปัจจุบัน สินค้าควบคุมของกระทรวงพาณิชย์มี 59 รายการ เช่น สินค้าบริโภค อาทิ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป นม สินค้าในกำกับ เช่น ราคาน้ำมัน ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ไม่ใช่ผู้กำหนดราคา แต่เป็นหน้าที่ของกระทรวงพลังงาน ได้มีการประกาศราคาหน้าปั๊ม หน้าโรงกลั่น แต่กระทรวงพาณิชย์จะเข้าไปดูว่ามีการปรับขึ้นราคาเกินกว่ากำหนดหรือไม่ เพื่อไม่ให้เกิดการกักตุน

ส่วนสินค้าที่กำกับในเรื่องโครงสร้างที่เกี่ยวข้องกับผู้ประกอบการ ก็ได้มีการพูดคุยกันว่าจะมีการบริหารจัดการดูแลเรื่องโครงสร้างอย่างไร รวมถึงความสมเหตุสมผล ว่าจะมีการขยับปรับเปลี่ยนหรือไม่ แต่ขณะนี้ราคาพลังงานยังไม่ได้ขึ้น แต่อาจเป็นการตื่นตระหนกของประชาชน ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงพลังงาน ต้องไปดูแลในเรื่องนี้

"ในมุมเรื่องการดูแล หากมีการขยับตัวขึ้นของราคาน้ำมันเชื้อเพลิง และทั่วโลกกำลังเป็นเช่นนั้น ก็ต้องไปพิจารณาถึงความสมเหตุสมผลในการปรับขึ้นราคาสินค้า รวมถึงมาตรการเยียวยาที่จะต้องมีตามมา ผู้ประกอบการ และประชาชนต้องอยู่ได้ ต้องเดินร่วมกันไปทั้งระบบ การกดราคาผู้ประกอบการมากเกินไป จนเขาอยู่ไม่ได้ ก็จะส่งผลเรื่องการจ้างงาน ดังนั้นมาตรการต้องดูแลควบคุมทั้งระบบ" รมว.พาณิชย์ กล่าว

อย่างไรก็ดี ผลการประชุมครม. วันนี้ จะได้นำไปหารือในที่ประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ในเวลา 16.30 น. ก่อนที่จะแถลงอย่างเป็นทางการ

นางศุภจี ย้ำว่า ที่ผ่านมามีการพูดคุยกับผู้ประกอบการให้ดูแลอย่างใกล้ชิด รวมถึงสต็อกสินค้าที่ขาดไป โดยเฉพาะเรื่องของบรรจุภัณฑ์ เพื่อช่วยกันหาแหล่ง เพราะปัจจุบันแหล่งซื้อเม็ดพลาสติกอยู่ที่ตะวันออกกลาง ได้มีการขอให้กระทรวงการต่างประเทศ เจรจากับทางอิหร่าน เพื่อเปิดให้เรือสินค้าไทยนำสินค้าออกมาได้ ซึ่งไม่ใช่สินค้าที่เป็นอันตราย แต่เป็นสินค้าที่ต้องซื้ออยู่แล้ว แต่ขณะนี้อิหร่านยังไม่ได้ให้คำตอบมา อย่างไรก็ดี เม็ดพลาสติกในไทยยังมีปริมาณเพียงพอได้ถึงสิ้นเดือนเมษายนนี้

รมว.พาณิชย์ กล่าวถึงราคาปุ๋ยยูเรีย ซึ่งอยู่ได้ถึงประมาณเดือนสิงหาคม ในขณะที่การขยับขึ้นราคาก็ต้องดูที่ต้นทุน หากเป็นสต็อกเดิม ก็ต้องไปพูดคุยกับผู้ประกอบการว่าเป็นสินค้าควบคุมก็ไม่ควรจะขึ้นราคา ทั้งนี้ ผู้ประกอบการได้ให้ความร่วมมือพอสมควร ส่วนบางพื้นที่ที่มีการปรับขึ้นราคาปุ๋ยไปแล้ว ให้ประชาชนสามารถแจ้งมาได้ที่สายด่วนพาณิชย์ 1569 หากมีการขายเกินราคาต้องเข้าไปดำเนินการ

"ขณะนี้กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการต่างประเทศ กำลังช่วยเจรจาเรื่องช่องทางการขนส่งสินค้า เพราะยังมีสินค้าคงค้างที่ต้องส่งไปยังตะวันออกกลาง ซึ่งขณะนี้ยังขนส่งไม่ได้ ก็มีการเจรจาเช่นกัน และมีโอกาสที่ส่งสินค้าที่มีออเดอร์ค้างอยู่ เช่น สินค้าประเภทอาหารแปรรูป และวัตถุดิบบางอย่าง ถ้าเราสามารถเจรจาและส่งเข้าไปได้ในกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ไม่ใช่เฉพาะแค่อิหร่าน เรือที่บรรทุกสินค้าไปก็จะเจรจาให้บรรทุกสินค้าที่เราต้องการกลับมาด้วย เช่น เม็ดพลาสติก หรือปุ๋ย และยังมีแหล่งขนส่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับประเทศในตะวันออกกลาง ซึ่งอยู่ระหว่างการเจรา" รมว.พาณิชย์ กล่าว

พร้อม ขอความร่วมมือประชาชนไม่ตื่นตระหนก หรือกักตุนสินค้า แต่ควรช่วยกันดูแลการใช้และการบริโภคอย่างเหมาะสม

"หากมีความกังวล จะซื้อสินค้าตัวใดเก็บไว้ เราก็คงห้ามไม่ได้ เป็นสิทธิ์ของท่าน แต่ต้องดูในเรื่องของความเหมาะสมจะดีที่สุด เอาเท่าที่กำลังเราทำได้ ขอให้ทุกคนเข้าใจว่า ปัจจัยที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่เราควบคุมยากมาก การสู้รบจะจบเมื่อไรนั้น อยู่ที่ประเทศที่เกิดสถานการณ์จะจัดการกัน เพราะฉะนั้นอยากจะขอให้ช่วยกันดูแล ซึ่งในส่วนของรัฐบาล จะดูแลเท่าที่ทำได้" รมว.พาณิชย์ ระบุ

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ