ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 32.33 แกว่งไร้ทิศทาง ตลาดจับตาผลประชุมธนาคารกลางปท.หลัก-เกาะติดตอ.กลาง

ข่าวเศรษฐกิจ Tuesday March 17, 2026 17:35 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทปิดตลาดเย็นนี้ อยู่ที่ระดับ 32.33 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าจาก ช่วงเช้า ที่เปิดตลาดที่ระดับ 32.40 บาท/ดอลลาร์

โดยระหว่างวัน เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 32.31 - 32.54 บาท/ดอลลาร์ วันนี้เงินบาทยังผันผวน และเคลื่อนไหวแบบ ไร้ทิศทาง โดยตลาดยังรอติดตามสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง รวมถึงติดตามผลการประชุม ธนาคารกลางของหลายประเทศหลัก ๆ ที่จะทยอยออกมาในสัปดาห์นี้ ทั้งธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด), ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ), ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) และธนาคารกลางยุโรป (ECB)

ส่วนการออกมาตรการพลังงานของภาครัฐ เพื่อช่วยลดผลกระทบให้กับประชาชนและภาคเศรษฐกิจนั้น ค่อนข้างมีผลจำกัดต่อค่า เงิน ซึ่งทิศทางเงินบาทยังมีแนวโน้มอ่อนค่าได้ต่อ เพราะสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง ยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติลงได้ง่าย

นักบริหารเงิน คาดว่า พรุ่งนี้ เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 32.30 - 32.55 บาท/ดอลลาร์

  • ปัจจัยสำคัญ
  • เงินเยน อยู่ที่ระดับ 159.15 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ระดับ 159.39 เยน/ดอลลาร์
  • เงินเยน อยู่ที่ระดับ 1.1510 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเช้าที่ระดับ 1.1490 ดอลลาร์/ยูโร
  • ดัชนี SET ปิดวันนี้ที่ 1,433.88 จุด เพิ่มขึ้น 28.86 จุด (+2.05%) มูลค่าซื้อขาย 71,255.39 ล้านบาท
  • สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติซื้อสุทธิ 2,441.88 ล้านบาท
  • รมว.คลัง เรียกประชุมผู้บริหารกระทรวงการคลัง เพื่อหารือถึงผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย จากสถานการณ์ความขัดแย้งใน
ตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มยืดเยื้อออกไปจากที่ได้คาดการณ์ไว้ อีกทั้งราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นมากตามที่หลายฝ่ายเห็นอยู่ ดัง
นั้นรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องเร่งหารือกัน เพื่อหาแนวทางในการรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด
  • สภาพัฒน์ ประเมินว่าหากสงครามตะวันออกกลาง ยืดเยื้อนานถึง 3 เดือน ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย มีโอกาสเสี่ยงที่จะ
เข้าสู่ภาวะ Stagflation ซึ่งในกรณีนี้ราคาน้ำมันดิบตลาดโลก จะเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 95-105 ดอลลาร์/บาร์เรล และอัตราเงินเฟ้อทั่วไป
จะขยับขึ้นไปที่ 1.9%
  • ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ TISCO ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยในปี 69 มีแนวโน้มเติบโตที่ 1.8% โดยเผชิญแรง
กดดันจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญของโลก ทั้งนี้ ต้องจับ
ตาพัฒนาการสงครามอย่างใกล้ชิด ซึ่งหากความขัดแย้งยืดเยื้อรุนแรง ก็มีโอกาสที่เศรษฐกิจไทยปีนี้ จะเติบโตได้ไม่ถึง 1% และเงินบาทอาจ
อ่อนค่าไปถึง 35 บาท/ดอลลาร์
  • หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) แนะรัฐควรเปลี่ยนจากการอุดหนุนราคาพลังงานแบบ
เหมาเข่ง เป็นการอุดหนุนแบบเฉพาะกลุ่มเป้าหมาย เพื่อไม่ให้เป็นภาระรัฐมากเกินไป และไม่ทำให้ค่าครองชีพสูงเกินไปจนประชาชนได้รับ
ความเดือดร้อน
  • กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ รายงานว่า ในปี 68 ไทยมีมูลค่าการใช้สิทธิประโยชน์ FTA รวม 90,247
ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2.8 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.36% จากปี 67 คิดเป็นสัดส่วนการใช้สิทธิ 82.26% โดยเขตการค้าเสรีอา
เซียน ยังคงเป็นกรอบความตกลงที่มีการใช้สิทธิสูงสุดตลอดปี
  • ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประเมินว่า ในราวสิ้นเดือนมี.ค.นี้ จะได้เห็นโฉมหน้ารัฐมนตรี ของคณะรัฐมนตรีชุด
ใหม่ "อนุทิน 2" จากนั้น จึงจะเข้าสู่ขั้นตอนของการนำรายชื่อรัฐมนตรีใหม่ ขึ้นทูลเกล้าฯ ซึ่งเมื่อมีโปรดเกล้าฯ ลงมาแล้ว ก็จะเป็นขั้นตอน
ของการเข้าเฝ้าและถวายสัตย์ปฏิญาณตนก่อนเข้ารับหน้าที่อย่างเป็นทางการ และตามด้วยการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ซึ่งกระบวน
การทั้งหมดนี้ ประเมินว่าจะแล้วเสร็จก่อนช่วงสงกรานต์
  • ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ได้แถลงต่อรัฐสภาญี่ปุ่นในวันนี้ (17 มี.ค.) ว่า อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานกำลังปรับตัวขึ้นสู่
เป้าหมายที่ระดับ 2% ของ BOJ พร้อมย้ำว่าการปรับตัวขึ้นของราคาสินค้าจะต้องสอดคล้องกับค่าจ้างที่เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ขณะที่การ
ประชุมนโยบายการเงินของ BOJ จะเปิดฉากขึ้นในวันพรุ่งนี้ (18 มี.ค.) และเสร็จสิ้นในวันพฤหัสบดี (19 มี.ค.) โดยมีการคาดการณ์
เป็นวงกว้างว่า BOJ จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 0.75% ในการประชุมครั้งนี้
  • จีนและสหรัฐฯ กำลังอยู่ระหว่างการหารือเกี่ยวกับกำหนดการเยือนจีนของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยขณะนี้ยังไม่มี
ข้อมูลเพิ่มเติม
  • ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เปิดเผยในวันจันทร์ (16 มี.ค.) ว่า เขาไม่คิดว่าสงครามระหว่างสหรัฐฯ-
อิสราเอล กับอิหร่านจะปิดฉากได้ในสัปดาห์นี้ แต่ยังคงย้ำคำเดิมว่า ความขัดแย้งดังกล่าวจะยุติลงในเร็ว ๆ นี้
  • โกลด์แมน แซคส์ (Goldman Sachs) เตือนว่า วิกฤตการณ์ตลาดน้ำมันครั้งใหญ่ที่สุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งมีสาเหตุมาจาก
สงครามในตะวันออกกลางนั้น กำลังจะส่งผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูป เช่น น้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบิน และน้ำมันดีเซล มากกว่าผล
กระทบที่จะเกิดต่อน้ำมันดิบ
  • หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของมูดี้ ระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ มีแนวโน้มอ่อนแอลงอย่างต่อเนื่อง และอาจเผชิญภาวะถดถอย
หากสถานการณ์ปิดกั้นการขนส่งน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ ยังไม่คลี่คลายในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า พร้อมมองว่า ภาวะเศรษฐกิจถดถอยก็
อาจกลายเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ