"เอกนัฏ" จี้ใช้ยาแรงสกัดกักตุนน้ำมัน-ทบทวน "กองทุนน้ำมันฯ" ฝากการบ้านรมว.พลังงานใหม่

ข่าวเศรษฐกิจ Wednesday March 25, 2026 13:25 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย อภิปรายญัตติด่วนด้วยวาจาในการแก้ไขปัญหาพลังงานว่า แม้รัฐบาลจะดำเนินการแก้ไขปัญหาด้วยการจัดหาน้ำมันดิบและเจรจาเปิดเส้นทางเดินเรือน้ำมันได้สำเร็จ แต่ยังคงมีภาพประชาชนต่อคิวรอเติมน้ำมั

"เมื่อเช้าวันนี้ยังเห็นภาพความเดือดร้อนของประชาชนไปต่อคิวเติมน้ำมันและไม่มีน้ำมันให้เติม ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ผมเข้าใจดีว่าวันนี้อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาลไปสู่รัฐบาลชุดใหม่ แต่ความเดือดร้อนของประชาชนรอไม่ได้ วันนี้เราทำหน้าที่สส. ช่วยกันรวบรวมข้อมูล นำเสนอข้อเท็จจริง และแสวงหาแนวทางเพื่อส่งให้รัฐบาลช่วยกันแก้ปัญหาได้ทันท่วงที" นายเอกนัฏ กล่าว

ทั้งนี้ ประเด็นเร่งด่วนที่สุดคือความโปร่งใสของข้อมูลข่าวสาร เพราะก่อนหน้านี้มีการสื่อสารไปคนละทิศคนละทางทำให้ประชาชนเกิดความสับสน จึงอยากให้ทุกหน่วยงานรวมถึงเอกชน 6 โรงกลั่นใหญ่ นำเสนอข้อมูลทั้งหมด จากนี้คงต้องใช้ยาแรงไปมากกว่า ขอให้มีการส่งข้อมูลและประกาศราคาอย่างชัดเจน

และอีกเรื่องคือกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ที่ควรทบทวนบทบาทให้เป็นเพียงเครื่องมือใช้ลดผลกระทบชั่วคราวเท่านั้น เพราะหากอุดหนุนไปสุดท้ายก็ต้องนำเงินมาใช้คืน คล้ายกับหนี้บัตรเครดิต รวมถึงการมีระบบสำรองน้ำมันของประเทศด้วย

"วันนี้ต้องช่วยกันตัดสินใจว่า ประเทศไทยจะอยู่กับความจริงหรือจะอยู่กับโลกจินตนาการต่อไป กองทุนน้ำมันวันนี้เหมือนเป็นสิ่งที่สะกดจิตคนไทยไว้ทั้งประเทศให้ตกอยู่ในความเชื่อว่า มันมีใช้ในราคาถูก ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น แต่สุดท้ายเราก็ต้องนำเงินมาใช้คืน คล้ายกับหนี้บัตรเครดิต จึงต้องมาทบทวนใหม่ว่า กลไกกองทุนน้ำมันจะสะกดจิตให้คนเข้าใจผิดแบบนี้ต่อไปหรือไม่ และควรทบทวนระบบการสำรองน้ำมัน เราควรจะมาคิดว่า ไทยควรมีระบบสำรองน้ำมันของประเทศเอง เพราะทุกวันนี้ที่พูดกันยังไม่มีน้ำมันสำรองของประเทศไทยแม้แต่หยดเดียว"

นายเอกนัฎ ยังได้ฝากถึงรมว.พลังงานคนใหม่ว่า ปัญหาพลังงานไม่ได้ขาดแคลนคนเก่ง แต่ขาด "คนกล้า" ที่จะลงมือแก้ปัญหา

"ผมขอเตือนสติท่าน ท่านอย่าฟังข้อมูลจากที่เจ้าหน้าที่เสนอมามากกว่าข้อมูลจากพี่น้องประชาชน ขอให้เชื่อประชาชน ตั้งสติ ตั้งใจทำงานให้ดี ใช้เจตจำนงทางการเมืองมาแก้ปัญหาตรงนี้ นี่คือโอกาสสำคัญของประเทศไทย"นายเอกนัฎ กล่าว

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ