ธนาคารกสิกรไทย [KBANK] มองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทสัปดาห์ระหว่างวันที่ 6-10 เม.ย. 2569 ที่ระดับ 32.10-33.10 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ อัตราเงินเฟ้อเดือนมี.ค. ของไทย (อ.7 เม.ย.) สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลก ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติและถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด
ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี ISM ภาคบริการเดือนมี.ค. (จ.)ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนก.พ. (อ.)บันทึกการประชุมเฟดเมื่อวันที่ 17-18 มี.ค. (พ.) ดัชนีราคา PCE/Core PCE เดือนก.พ.และตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4/2568 และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (พฤ.)ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนมี.ค.ดัชนีความเชื่อมั่นและตัวเลขคาดการณ์เงินเฟ้อในมุมมองผู้บริโภคเดือนเม.ย. (ศ.) นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามดัชนี PMI ภาคบริการเดือนมี.ค. ของยูโรโซนและอังกฤษ (อ.)และดัชนีราคาผู้บริโภคมี.ค. ของจีน (ศ.) ด้วยเช่นกัน
ในสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทผันผวนแต่พลิกกลับมาแข็งค่าปลายสัปดาห์รับความหวังว่าวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซอาจทยอยคลี่คลายลง เงินบาทอ่อนค่าลงเข้าใกล้แนว 33.00 ในช่วงต้นสัปดาห์สวนทางเงินดอลลาร์ฯที่แข็งค่าตามราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับขึ้นท่ามกลางสัญญาณตึงเครียดมากขึ้นในตะวันออกกลาง นอกจากนี้ เงินบาทยังมีปัจจัยลบจากสถานะขายสุทธิหุ้นและพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ดี เงินบาทแข็งค่ากลับมาช่วงกลางสัปดาห์ ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ เผชิญแรงขายหลัง ปธน. โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุถึงความสำเร็จของภารกิจทำลายขีดความสามารถทางการทหารของอิหร่านและความเป็นไปได้ที่กองทัพสหรัฐฯจะถอนตัวออกมาซึ่งจุดชนวนความหวังว่าสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจคลี่คลายลงการเคลื่อนไหวของเงินบาทในระหว่างสัปดาห์ยังคงผันผวน
โดยแถลงการณ์ของปธน. ทรัมป์ที่ส่งสัญญาณว่า สหรัฐฯจะยกระดับการโจมตีอิหร่านอย่างรุนแรงในช่วง 2-3 สัปดาห์ข้างหน้าได้กดดันให้เงินบาทอ่อนค่าลงช่วงสั้น ๆก่อนที่จะสามารถฟื้นตัวแข็งค่ากลับมาตามแรงขายเงินดอลลาร์ฯ เพื่อปรับโพสิชั่นประกอบกับสกุลเงินเอเชียในภาพรวมมีปัจจัยหนุนเพิ่มเติม จากรายงานข่าวที่ระบุถึงการหารือระหว่างอิหร่านและโอมานเพื่อบริหารจัดการการเดิน
ในวันศุกร์ที่ 3 เม.ย. 2569 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 32.57 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 32.88 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (27 มี.ค.) สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 30 มี.ค.-3 เม.ย. 2569 นั้น นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 711 ล้านบาท และมีสถานะอยู่ในฝั่ง Net Outflows ออกจากตลาดพันธบัตรไทย 10,831 ล้านบาท (ขายสุทธิพันธบัตร 10,801 ล้านบาท และตราสารหนี้หมดอายุ 30 ล้านบาท)