นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน แถลงผลการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ว่า กบง.มติให้ลดราคาหน้าโรงกลั่นสำหรับน้ำมันดีเซล B7-B20 ลง 2 บาท/ลิตร ซึ่งตามกระบวนการต้องมีขั้นตอนการร่างประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาอาจใช้เวลาถึงวันพรุ่งนี้ ซึ่งขณะนี้ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ได้ร่างประกาศแล้ว จากนั้นคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) จะพิจารณาว่าส่วนลดที่ลงไป 2 บาท/ลิตร จะนำไปลดราคาน้ำมันหน้าสถานีบริการน้ำมันอย่างไร แต่คาดว่าราคาขายปลีก B20 อาจจะมีโอกาสลดลงมากกว่า B7
นายเอกนัฏ กล่าวว่า ปัจจุบันสถานะของกองทุนฯ ติดลบอยู่ประมาณ 50,000 ล้านบาท และยังชดเชยราคาน้ำมัน โดยเฉพาะดีเซลทุกวันรวมวันละ 1,000 ล้านบาท โดยที่ผ่านมาเวลาปรับขึ้น-ลง หรือชดเชยราคาน้ำมันหน้าปั๊ม ก็ใช้กลไกของกองทุนฯ มาชดเชย หรือเอากองทุนมาแบก แต่ที่ผ่านมาพอดูตัวเลขกลับพบว่า กลไกการกำหนดราคาในบ้านเรา ในสภาวะที่ทั่วโลกประสบวิกฤตนั้นไม่ปกติ
ดังนั้น วันนี้โรงกลั่นในฐานะผู้ประกอบการที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยต้องมาช่วยกันรับผิดชอบ แบกภาระของราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นผิดปกติในเวลานี้ โดยจากผลการศึกษาของคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) และตัวเลขจากสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ที่ได้เก็บข้อมูลตลอดช่วงเดือนมี.ค. 69 ที่ผ่านมา ในส่วนของค่าการกลั่น (ซึ่งเป็นส่วนประกอบของราคาหน้าโรงกลั่น ที่นำราคาอ้างอิงจากตลาดสิงคโปร์มากำหนด ซึ่งมีส่วนของต้นทุนน้ำมันดิบและค่าการกลั่น) พบว่า พุ่งสูงขึ้นผิดปกติในช่วงเดือนมี.ค. และ เม.ย. 69
นายเอกนัฏ กล่าวว่า ตนจึงอาศัยอำนาจตามพ.ร.ก.แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2516 มีคำสั่งให้คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ให้มีอำนาจในการกำหนดราคาหน้าโรงกลั่น โดยเพิ่มกลไกใหม่ ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทยมาก่อน คือ จะมีการกำหนดราคาที่อ้างอิงตามสิงคโปร์ มากำหนดตัวลดราคา (Discount) หรือลดราคาตั้งแต่หน้าโรงกลั่น
นายเอกนัฏ กล่าวว่า ถ้ามีการลดราคาที่หน้าปั๊ม ต่อไปถ้าใช้วิธีนี้ก็จะไม่เป็นภาระกับกองทุนฯ การมาลดราคาที่โรงกลั่นขายน้ำมันเข้าระบบให้ผู้ค้าแทน ทั้งนี้ ในเบื้องต้นมติที่ประชุม ศึกษาดูตัวเลขในช่วงเดือนมี.ค. 69 สามารถลดลงได้เท่าไร โดยจากเหตุผล และหลักฐานที่มี จึงมีมติลดราคาหน้าโรงกลั่นในส่วนของดีเซล ซึ่งมีปัญหาอยู่คือ B7 และ B20 ลดลง 2 บาท/ลิตร ส่วนในเดือนเม.ย. 69 ตัวเลขค่าการกลั่นสูงขึ้นมากกว่าช่วงเดือนมี.ค. 69 ดังนั้นต่อจากนี้จะนำตัวเลขในช่วงต้นเดือนเม.ย. 69 (ในรอบสัปดาห์แรก) มาพิจารณาในรอบต่อไปว่า จะกำหนดให้ลดลงมากกว่า 2 บาท/ลิตร หรือไม่อย่างไร
อย่างไรก็ดี ตนขอขอบคุณล่วงหน้าสำหรับผู้ประกอบการโรงกลั่น ซึ่งตนได้รับสัญญาณว่ามีส่วนหนึ่งที่ยินดีที่จะให้ความร่วมมือกับมาตรการลักษณะนี้ โดย กบง. ยืนยันว่า วันนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการบริหารไม่ให้เกิดภาวะขาดแคลน ดังนั้น การลดราคาหน้าโรงกลั่น ซึ่งต้องยอมรับว่ามีผลกระทบต่อรายได้ของโรงกลั่นแน่นอน แต่เราจะดูแลกำกับไม่ให้ไปกระทบสภาพคล่องของโรงกลั่น ในการไปซื้อวัตถุดิบ หรือน้ำมันดิบเข้ามากลั่นให้คนไทยได้ใช้ โดยจะพิจารณาดูตามสถานการณ์
"วันนี้เราต้องลดการพึ่งพาน้ำมันดิบ แก๊ส วัตถุดิบที่นำเข้าจากต่างประเทศ เพราะเราเห็นแล้วว่าพอเกิดวิกฤติขึ้น เมื่อเราไม่สามารถยืนได้ด้วยขาของตัวเอง ต้องไปพึ่งพาการนำเข้าก็จะเกิดวิกฤติในลักษณะนี้ ดังนั้น นโยบายของรัฐบาล สนับสนุนการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ ที่คนไทยสามารถผลิตได้เอง ซึ่งตอนนี้ได้ประสานไปที่สถานีบริการ ให้เร่งจำหน่าย ติดตั้งหัวจ่าย" นายเอกนัฏ กล่าว