นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่า กรมธุรกิจพลังงาน ได้เดินหน้ายกระดับเว็บแอปพลิเคชัน "Fuel-Now เติมไหน" ซึ่งได้เริ่มเปิดให้บริการมาตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมี.ค. 69 ที่ผ่านมา อีกทั้งความร่วมมือกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA โดยปัจจุบันได้รับความร่วมมือจากสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศ รายงานข้อมูลสถานะน้ำมันเข้าสู่ระบบแล้วกว่า 7,000 แห่ง จากทั้งหมดกว่า 20,000 แห่งทั่วประเทศ

ทั้งนี้ เพื่อให้ข้อมูลมีความครอบคลุมและแม่นยำสูงสุด กรมฯ ได้สั่งการให้พลังงานจังหวัดทั้ง 76 จังหวัดทั่วประเทศ เร่ง "ติวเข้ม" และซักซ้อมความเข้าใจแก่เจ้าหน้าที่สถานีบริการน้ำมันในพื้นที่ เพื่อเพิ่มกำลังการรายงานสถานะน้ำมันคงเหลือแยกตามชนิด (ปกติ/หมด) ให้เป็นแบบเรียลไทม์ผ่านระบบ Fuel-Status มากยิ่งขึ้น
"ความพิเศษของระบบในขณะนี้ คือเราไม่ได้พึ่งพาเพียงการรายงานจากเจ้าหน้าที่หรือผู้ประกอบการเท่านั้น แต่เราได้ผนวกระบบการรายงานผลจากประชาชนโดยตรงในรูปแบบ Peer-to-Peer (P2P) เพื่อให้ประชาชนที่อยู่หน้าปั๊มสามารถช่วยรีวิวหรือแจ้งสถานะน้ำมัน ณ จุดนั้นได้ทันที ข้อมูลจากภาคประชาชนจะกลายเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ช่วยเติมเต็มโครงข่ายข้อมูลให้สมบูรณ์ที่สุด ช่วยให้เพื่อนร่วมทางสามารถวางแผนการเติมน้ำมันได้อย่างถูกต้องและทันสถานการณ์" อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าว

สำหรับประชาชน สามารถเข้าใช้งานเพื่อตรวจสอบสถานะหรือร่วมรายงานข้อมูลสถานีบริการน้ำมันได้ผ่านเว็บแอปพลิเคชัน https://fuel-now.doeb.go.th โดยข้อมูลทั้งหมดจะถูกนำเสนอในรูปแบบ Dashboard ที่เข้าใจง่าย เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส ก็จะทราบสถานะน้ำมันทั่วประเทศได้ทันที
กรมธุรกิจพลังงาน มั่นใจว่า ด้วยความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งนโยบายที่ชัดเจนจากกระทรวงพลังงาน การทำงานเชิงรุกของเจ้าหน้าที่ และพลังการสื่อสารของประชาชน จะช่วยให้วิกฤตการณ์น้ำมันขาดแคลนในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ถูกจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และส่งทุกคนถึงที่หมายอย่างปลอดภัย