รัฐบาลผนึก "แลนด์บริดจ์-SEC" เป็นชิ้นเดียวขยายพื้นที่คลุม 4 จ.ผุดท่อส่งน้ำมัน-รถไฟทางคู่เชื่อมโลก

ข่าวเศรษฐกิจ Wednesday May 6, 2026 09:50 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม กล่าวว่า รัฐบาลประกาศปรับแผนยุทธศาสตร์โครงการสะพานเศรษฐกิจเชื่อมฝั่งทะเลอ่าวไทยและอันดามัน หรือ แลนด์บริดจ์ (Land Bridge) ครั้งใหญ่ โดยมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมชุดใหม่ ที่มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เป็นประธาน เพื่อทบทวนและขยายขอบเขตการศึกษาให้ครอบคลุมทั้งระบบ ทั้งด้านความคุ้มครองทางเศรษฐกิจ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ โดยกำหนดกรอบเวลาการศึกษาให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน ถ้าผลการศึกษาเกิดความคุ้มค่า มีความชัดเจนก่อนถ้าศึกษาเสร็จรองนายกเอกนิติ ก็คงจะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป

เนื่องจากผลการศึกษาในอดีตของโครงการแลนด์บริดจ์ อาจยังไม่มีความครอบคลุมเพียงพอในทุกระบบ เนื่องจากขาดความเชื่อมโยงของระบบโลจิสติกส์ที่ครบถ้วน ในครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีจึงให้ทำการศึกษาใหม่แบบครบวงจร เช่น การโยงรถไฟรางคู่ลงไปหรือไม่ ไม่ใช่แค่มีเพียงพื้นที่ท่าเรือ 2 ฟากทะเลเท่านั้น

การปรับแผนครั้งนี้ก็ต้องศึกษาเชื่อมโยงโครงการแลนด์บริดจ์เข้ากับโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (Southern Economic Corridor - SEC) ซึ่งประกอบด้วยพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช, สุราษฎร์ธานี, ชุมพร และระนอง จากเดิมที่โครงการแลนด์บริดจ์มักถูกพูดถึงเพียงในพื้นที่ 2 จังหวัด (ระนอง-ชุมพร) การขยายขอบเขตไปยังอีก 2 จังหวัดที่เหลือจะช่วยให้การพัฒนาเชิงพื้นที่ในภาคใต้เกิดความสอดคล้องและเป็นชิ้นเดียวกันมากขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่หลังท่าเรือ เพื่อการพัฒนา และตอบข้อกังวลของคนในพื้นที่ว่าจะถูกการเวนคืนที่ดินหรือไม่

"ผลการศึกษาแลนด์บริดจ์ ของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ศึกษาจบไปแล้วตั้งแต่ 2 ปีที่แล้ว ซึ่งในตอนนั้นยังไม่มีเหตุการณ์เรื่องของสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางเกิดขึ้น ข้อมูลเดิมที่เคยทำไว้ก็อาจไม่ตอบโจทย์ความท้าทายปัจจุบัน แต่ในขณะนี้เมื่อมีเหตุการณ์ใหม่เกิดขึ้นในอนาคตโดยในอดีตประเทศอินโดนีเซีย อาจพิจารณาการเก็บค่าธรรมเนียมผ่านช่องแคบมะละกา แม้จะเป็นเพียงแนวคิดที่มีการปรารภออกมาและอาจมีการถอนเรื่องในภายหลัง แต่เมื่อเขามีไอเดียแล้ว รัฐบาลมองว่าเป็นความเป็นไปได้ใหม่ ที่ต้องนำมาคำนวณในแบบจำลองความคุ้มค่าของแลนด์บริดจ์ด้วย"

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า รัฐบาลยืนยันว่าหากผลการศึกษารอบนี้ชี้ให้เห็นถึงความคุ้มค่าก็พร้อมเดินหน้าโครงการต่อทันที เนื่องจากโครงการนี้ถูกผลักดันมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2562 โดยเฉพาะในส่วนของ พ.ร.บ. SEC พรรคภูมิใจไทยก็เป็นคนเสนอ ครอบคลุม 4 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช, สุราษฎร์ธานี, ชุมพร และระนอง เดิมทีโครงการแลนด์บริดจ์คุยกันแค่ 2 จังหวัด (ระนอง-ชุมพร) แต่ตอนนี้รัฐบาลกำลังทำให้แลนด์บริดจ์และ SEC เป็น "ชิ้นเดียวกัน" ตัวร่าง พ.ร.บ. เรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงประเด็นเรื่องกองทุน ซึ่งอาจเดินหน้าไปก่อนหรือรอผลการศึกษาจบก็ได้

ทั้งนี้เพื่อให้การเดินหน้าโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน นายกรัฐมนตรีได้มีคำสั่งให้การศึกษาครั้งนี้มีองค์ประกอบจากหลายกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่เพียงกระทรวงคมนาคมกระทรวงเดียวเหมือนในอดีต โดยคณะกรรมการชุดใหม่จะมีตัวแทนจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อ ศึกษาผลกระทบเชิงลึก เพราะการพัฒนาขนาดใหญ่ย่อมส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ รวมถึงก็ยังมีกระทรวงพลังงาน ดูแลเรื่องการวางโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน กระทรวงอุตสาหกรรม ดูแลเรื่องวางแผนการพัฒนาพื้นที่หลังท่าและเขตอุตสาหกรรม

ส่วนกระทรวงคมนาคมจะดูแลระบบโครงสร้างพื้นฐานหลักการทำงานข้ามกระทรวงนี้มีความจำเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากเมื่อมีการนำแนวคิด SEC เข้ามาเกี่ยวข้อง จะมีประเด็นที่เชื่อมโยงถึง 4-6 กระทรวงในคราวเดียว นอกจากนี้ รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับความกังวลของคนในพื้นที่ในเรื่องการเวนคืนที่ดิน โดยสั่งการให้ทีมงานลงไปทำความเข้าใจและศึกษาแนวทางการเยียวยาที่เหมาะสม

ในส่วนของรายละเอียดทางวิศวกรรมและการขนส่ง โครงการแลนด์บริดจ์รูปแบบใหม่จะประกอบด้วยองค์ประกอบหลักที่สำคัญคือ ท่อส่งน้ำมัน (Pipeline) ซึ่งถือเป็นองค์ประกอบที่ไม่มีไม่ได้นอกจากนี้ยังมีระบบถนนและรางรถไฟ โดยเน้นย้ำว่าการวางระบบรางจะไม่ใช่แค่การเชื่อมต่อ 2 จังหวัดเข้าด้วยกัน แต่ต้องเป็นการ เชื่อมรางจากกรุงเทพฯลงไปโดยเฉพาะจากแหลมฉบังหรือพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ลงไปถึงระนอง

แนวคิดนี้จะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยเฉพาะสินค้าที่ผลิตจากอุตสาหกรรมในพื้นที่ EEC หรือแหลมฉบัง ที่ต้องการส่งออกไปยังยุโรป แทนที่จะต้องนำเรือไปถ่ายลำที่สิงคโปร์ ก็สามารถขนส่งทางรางมาลงที่ท่าเรือระนองเพื่อส่งออกได้ทันที ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยมีตัวเลขสินค้าที่ส่งออกไปยังยุโรปและจีนรวมกันเกือบ 6 ล้านตู้ต่อปี การมีท่าเรือทั้งสองแห่งจะช่วยเพิ่มความคุ้มค่าและประสิทธิภาพในการจัดการสินค้าเหล่านี้ได้อย่างมหาศาล


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ