"กอบศักดิ์" เชียร์กู้ 4 แสนล้านใช้ตามความจำเป็นประคองเศรษฐกิจคุมเพดานหนี้หนุนเปลี่ยนผ่านพลังงาน

ข่าวเศรษฐกิจ Wednesday May 6, 2026 13:25 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ (BBL) และประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) กล่าวถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบการออกร่าง พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน และสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. วงเงินไม่เกิน 4 แสนล้านบาท ว่า เห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว เนื่องจากมองว่าเศรษฐกิจไทยในขณะนี้ มีความจำเป็นที่จะต้องเร่งดูแลและเยียวยา

แต่หัวใจสำคัญของการออกร่าง พ.ร.ก. กู้เงิน ครั้งนี้ จะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อให้เงินกู้นี้นำมาใช้สร้างประโยชน์ให้มากที่สุด โดยเฉพาะการใช้เม็ดเงินเพื่อปรับปรุงโครงสร้างพลังงานของประเทศ ที่กำลังเป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้ ซึ่งมองว่ามี 2 ทางเลือกที่จะสามารถทำได้ คือ 1. การใช้เม็ดเงินเพื่อตรึงราคาน้ำมันไว้ในอัตราที่ต่ำเพื่อช่วยเหลือประชาชน แต่ต้องยอมรับว่าทางเลือกนี้จะใช้เม็ดเงินจำนวนมหาศาล และ 2. ใช้เพื่อการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพลังงานของประเทศไปสู่พลังงานทางเลือก เช่น โซลาร์เซลล์ ซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพลังงานของประเทศในระยะยาว และยังเป็นการลงทุนมากกว่าการใช้เงินเพื่อช่วยเหลือด้านการบริโภคของประชาชนเพียงอย่างเดียว ในเม็ดเงินจำนวนเดียวกัน

สำหรับประเด็นเรื่องเพดานหนี้สาธารณะ นายกอบศักดิ์ กล่าวว่า โดยส่วนตัวแล้ว เห็นว่ายังไม่ควรจะขยายเพดานหนี้สาธารณะ จากปัจจุบันอยู่ที่ 70% ของ GDP เนื่องจากต้องการให้รัฐบาลพยายามใช้งบประมาณเท่าที่จำเป็น ภายใต้ข้อจำกัดที่มีอยู่ในขณะนี้

"ส่วนตัวเห็นว่าเป้าหมายในการใช้เงินกู้ของรัฐบาล จำนวน 2 แสนล้านบาท เพื่อการเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงานจากฟอสซิลไปสู่พลังงานทางเลือก ถือเป็นระดับที่เหมาะสม เพราะเรื่องนี้ถือเป็นประเด็นสำคัญ เพราะยังไม่มีใครรู้ว่าสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะจบอย่างไร จะมีอันตรายมากกว่านี้หรือไม่ ดังนั้น มองว่าการที่ไทยพยายามจะลดการพึ่งพาพลังงานจากต่างประเทศให้ได้มากที่สุด จึงถือเป็นเรื่องสำคัญ ส่วนการใช้เม็ดเงินในด้านอื่น ๆ อาจจะต้องมานั่งคิดให้ดี ๆ ว่าจะทำอย่างไร เพื่อให้การใช้เงินนำไปสู่การสร้างประโยชน์สำหรับประเทศให้ได้มากที่สุด" นายกอบศักดิ์ กล่าว

ขณะที่การกระตุ้นเศรษฐกิจนั้น นายกอบศักดิ์ เห็นว่า ยังต้องดำเนินการอยู่บ้าง เพราะในระยะต่อไป ผลกระทบจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นอีกหนึ่งรายได้หลักของไทยจะอ่อนแอลง ซึ่งขณะนี้เริ่มเห็นสัญญาณแล้วจากการที่สายการบินเริ่มประกาศลดเที่ยวบิน ซึ่งจะมีผลต่อจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้าไทยให้ลดลงอย่างแน่นอน ขณะที่ภาคการส่งออกในระยะต่อไป อาจจะมีปัญหามากขึ้

ดังนั้นหากปัจจัยเศรษฐกิจมีทิศทางในลักษณะนี้ ก็เป็นเหตุผลสำคัญที่รัฐบาลจะต้องมีการกระตุ้นเศรษฐกิจบ้างในบางส่วน เพื่อประคับประคองให้ประชาชนยังอยู่ได้ เพียงแต่จะต้องพิจารณาให้ดี ว่าจะเลือกกระตุ้นในส่วนไหน อย่างไรที่จะเกิดประโยชน์สูงที่สุด

ทั้งนี้ ธนาคารกรุงเทพ ได้ประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจไทย ปี 2569 ว่าจะขยายตัวได้ 1.5-2.0% ซึ่งเป็นตัวเลขคาดการณ์ตั้งแต่ช่วงต้นปี โดยยังไม่ได้รวมผลของการกู้เงินตาม พ.ร.ก.กู้เงินฯ วงเงินไม่เกิน 4 แสนล้านบาท โดยคาดว่าจะปรับประมาณการอีกครั้งในช่วงกลางปี ซึ่งระหว่างนี้ยังต้องติดตามสถานการณ์ที่จะส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง

"ตอนนี้ เศรษฐกิจไทยยังมีปัญหารออยู่ข้างหน้าค่อนข้างเยอะ รัฐบาลจึงต้องพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยกัน ต้องมานั่งคิดกันจริง ๆ จัง ๆ ว่าจะทำอย่างไรให้เศรษฐกิจไทยพอจะหมุนไปได้ ตอนนี้ดอกเบี้ยนโยบายต่ำ ถือเป็นเรื่องที่ดีแล้ว แต่ถ้าจะให้ดีกว่านี้ ควรจะดูแลเงินบาทให้อ่อนค่าลงกว่านี้อีกเล็กน้อย และสิ่งสำคัญ คือ การใช้จ่ายเงินของรัฐบาล ที่จะต้องสร้างประโยชน์ให้กับประเทศอย่างสูงสุด" นายกอบศักดิ์ ระบุ

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ