ครม.เคาะ"ไทยช่วยไทยพลัส"ทุ่ม 1.75 แสนล้านช่วยฝ่าวิกฤติพลังงาน เปิดตัว"AI นกกระซิบ"เพื่อนคู่คิดร้านค้า

ข่าวเศรษฐกิจ Tuesday May 19, 2026 12:09 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ครม.เคาะ

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เปิดเผยว่า ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้อนุมัติโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส" เพื่อลดผลกระทบให้กับประชาชนทุกสาขาอาชีพ และผู้ประกอบการจากวิกฤติพลังงานที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน รุนแรง มีความไม่แน่นอนสูง และมีแนวโน้มยืดเยื้อ โดยจะใช้แหล่งเงินภายใต้ พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569

ทั้งนี้ รมว.คลัง ระบุว่า ในระยะสั้นหากไม่ดำเนินมาตรการช่วยเหลือและประคับประคองเศรษฐกิจอย่างทันท่วงที จะส่งผลให้เกิดการหดตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การปิดกิจการ และการว่างงานเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อที่จะพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก

ครม.เคาะ

วัตถุประสงค์หลักของโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส" จะมุ่งเน้น (1) ช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบให้กับประชาชนกลุ่มเปราะ บางผ่านกลไกของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และ (2) บรรเทาภาระค่าใช้จ่าย และประคับประคองกำลังซื้อภาคประชาชน รวมถึงช่วยเหลือผู้ค้าขายรายย่อย ให้สามารถประกอบอาชีพได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้

ขณะที่ ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ยังจะได้มีการพัฒนาความรู้และทักษะที่จำเป็น ผ่านแอปพลิเคชัน "ถุงเงิน" โดยการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาวิเคราะห์ธุรกิจ เช่น การบริหารจัดการต้นทุน การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง และสภาพคล่องหมุนเวียน การวิเคราะห์ยอดขายตามช่วงเวลา เป็นต้น เพื่อให้ผู้ประกอบการร้านค้าได้เรียนรู้ทักษะใหม่ และเพิ่มทักษะที่จำเป็นต่อธุรกิจ ซึ่งเป็นการสนับสนุนการเข้าถึงองค์ความรู้และเทคโนโลยี รวมถึงสนับสนุนการจัดเก็บข้อมูลรายได้รายจ่าย เพื่อใช้ประกอบการเข้าถึงแหล่งเงินทุนต่อไป

ครม.เคาะ

ด้านนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ย้ำว่า โครงการ 60/40 นี้ จะแตกต่างจากโครงการคนละครึ่งพลัสในรอบก่อน เพราะไม่ใช่เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่มุ่งที่จะช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพ ดังนั้นประชาชนที่ได้รับสิทธิ์ในโครงการรอบนี้ จะมีอายุ 18 ปีขึ้นไป ขณะที่ครั้งก่อนมีอายุ 16 ปี

นอกจากนี้ การใช้จ่ายจะเป็นเพื่อการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน และช่วยบรรเทาค่าครองชีพอย่างแท้จริง จึงไม่สามารถนำไปใช้กับร้านเสริมสวย ทำเล็บ นวดตัว หรือสปาได้เหมือนในรอบก่อน นอกจากนี้ การที่เปิดวงเงินใช้จ่ายไม่เกินวันละ 200 บาท (ในส่วนที่รัฐสนับสนุน) และหากใช้สิทธิไม่ครบทั้ง 1,000 บาทภายในเดือนนั้นก็จะไม่มีการทบยอดไปยังเดือนถัดไปเหมือนรอบก่อน

ครม.เคาะ
*เปิดเงื่อนไขโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส"

จะช่วยเหลือประชาชนกว่า 43 ล้านคนในการแบ่งเบาภาระค่าครองชีพจากวิกฤตเศรษฐกิจ ด้วยวงเงินช่วยเหลือสูงสุด 4,000 บาทต่อคน ตลอดระยะเวลาโครงการ 4 เดือน ระยะเวลาโครงการ: ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.-30 ก.ย. 69

1. กลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (13.18 ล้านคน) รับวงเงินช่วยเหลือ 1,000 บาท/คน/เดือน (รัฐสนับสนุน 100%) เพิ่มจากเดิมที่ได้รับ 700 บาท/คน/เดือน ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ ได้สิทธิโดยอัตโนมัติเพื่อซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคจากร้านธงฟ้าฯ (กรณีมีวงเงินคงเหลือในเดือนใด จะไม่มีการสะสมไปในเดือนถัดไป)

ครม.เคาะ

สิทธิประชารัฐสวัสดิการ

-วงเงินส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม 80 บาท/คน/เดือน

-วงเงินรวมค่าเดินทางระบบขนส่งสาธารณะ 750 บาท/คน/เดือน

-มาตรการบรรเทาภาระค่าสาธารณูปโภค ค่าไฟฟ้า 315 บาท/ครัวเรือน/เดือน ค่าน้ำประปา 100 บาท/ครัวเรือน/เดือน

-เบี้ยความพิการเพิ่มเติม (มติ ครม. 28 ม.ค.63) จำนวน 200 บาท/เดือนให้แก่คนพิการที่มีบัตรประจำตัวคนพิการและได้รับบัตรฯ

2. กลุ่มคนทั่วไป หรือ "สิทธิ 60/40 (30 ล้านคน) รัฐสนับสนุน 60% ประชาชนจ่าย 40% วงเงินจากรัฐ 1,000 บาท/คน/เดือน รวม 4,000 บาทตลอดโครงการ เปิดให้ลงทะเบียนผ่านแอปฯ "เป๋าตัง" ตั้งแต่วันที่ 25-29 พ.ค. 69

คุณสมบัติผู้มีสิทธิลงทะเบียน (สำหรับกลุ่ม 60/40) สัญชาติไทย อายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน มีบัตรประจำตัวประชาชน ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (ณ วันที่ 18 พ.ค. 69) ไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการรัฐที่ผ่านมา (คนละครึ่ง เฟส 1-5 และคนละครึ่งพลัส)

เงื่อนไขการใช้สิทธิและประเภทร้านค้า

ร้านค้าที่เข้าร่วม: ร้านอาหาร, เครื่องดื่ม, สินค้าทั่วไป, บริการขนส่งสาธารณะ เช่น รถโดยสารประจำทาง, รถสามล้อ, รถจักรยานยนต์รับจ้าง เป็นต้น

-ร้านค้าเดิม กดยอมรับเงื่อนไข 25 พ.ค.-30 ก.ย.69

-ร้านค้าใหม่ เริ่มลงทะเบียน 25 พ.ค.-31 ก.ค.69

-ร้านค้าเดิม/ใหม่ ผูกฟู้ดเดลิเวอรี่ 10 มิ.ย.-30 ก.ย.69 (เวลา 6.00-23.00 น.)

ข้อยกเว้น: ไม่สามารถใช้กับบริการนวด, สปา, ทำเล็บ หรือทำผมได้

การใช้จ่าย: ช่วงเวลาการใช้สิทธิ 06.00 น.-23.00 น. ของทุกวัน ไม่เกินวันละ 200 บาท (ในส่วนที่รัฐสนับสนุน) ต้องผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" (G-Wallet) เท่านั้น และไม่สามารถถอนเป็นเงินสดได้ กรณีมีวงเงินสิทธิเหลือในเดือนใด จะไม่ทบสิทธิไปในเดือนถัดไป

นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย (KTB) กล่าวด้วยว่า สิ่งที่ "พลัส" หรือเพิ่มเข้ามาในโครงการไทยช่วยไทย พลัส คือการช่วยเหลือร้านค้ารายย่อยบนแอปถุงเงิน ผ่าน "AI นกกระซิบ" ซึ่งจะเป็นเพื่อนคู่คิดสำหรับร้านค้า โดยจะสามารถให้คำปรึกษาเบื้องต้นใน 3 ด้านหลัก ประกอบด้วย

1. คำถามทั่วไปเกี่ยวกับโครงการไทยช่วยไทยพลัส

2. การช่วยวิเคราะห์ยอดขาย เช่น สรุปยอดขายรายวัน ช่วงเวลาที่ขายดี หรือสินค้าที่ขายดี

3. การเช็คราคาวัตถุดิบ โดยจะดึงข้อมูลจากกรมการค้าภายใน เพื่อให้ร้านค้าสามารถรู้ความเคลื่อนไหวราคาวัตถุดิบได้แบบวันต่อวัน


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ