กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32.20-32.80 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดอ่อนค่าที่ 32.69 บาท/ดอลลาร์ หลังจากแกว่งในกรอบ 32.52-32.78 บาท/ดอลลาร์ โดยเงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญส่วนใหญ่ ขณะที่ราคาน้ำมันและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรโลกเคลื่อนไหวผันผวนหลังนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่าการเจรจากับอิหร่านกำลังอยู่ในขั้นตอนสุดท้าย สร้างความหวังว่าทั้งสองประเทศใกล้จะบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติสงครามที่ยืดเยื้อ
อย่างไรก็ตาม อิหร่านมีท่าทีชัดเจนว่าต้องการเก็บรักษายูเรเนียมไว้ในประเทศ อีกทั้งได้เสนอแนวคิดเก็บค่าผ่านทางสำหรับการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แม้ความคาดหวังเชิงบวกอย่างระมัดระวังต่อโอกาสในการบรรลุข้อตกลงได้ช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่าการเจรจาสันติภาพจะสำเร็จได้ในเร็ววัน อีกทั้งตลาดยังได้ปรับเพิ่มความคาดหวังต่อโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้นภายในปีนี้ ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทย 3,038 ล้านบาท แต่ซื้อพันธบัตร 1,619 ล้านบาท
สำหรับภาพรวมของตลาดในสัปดาห์นี้ BAY มองว่า นักลงทุนจะติดตามสัญญาณความคืบหน้าการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ซึ่งจะส่งผลต่อราคาน้ำมันดิบและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรโลก โดยในช่วงสุดสัปดาห์ รายงานระบุว่า สหรัฐฯ และอิหร่านอาจกำลังเข้าใกล้การขยายเวลาหยุดยิงออกไปอีก 60 วัน พร้อมกับพิจารณาแนวทางเปิดช่องแคบฮอร์มุซแบบค่อยเป็นค่อยไป อย่างไรก็ตาม ประเด็นต่าง ๆ ยังไม่ได้ข้อสรุป นอกจากนี้ หากตัวเลขความเชื่อมั่นผู้บริโภค และเงินเฟ้อ PCE ของสหรัฐฯ ออกมาแข็งแกร่ง แรงขายเงินดอลลาร์อาจถูกจำกัด
ส่วนปัจจัยในประเทศ ตลาดจะให้ความสนใจกับข้อมูลดุลบัญชีเดินสะพัดเดือนเม.ย. ของไทย ด้านสภาพัฒน์รายงาน GDP ไตรมาส 1/69 เติบโต 2.8%YoY และ 0.7%QoQ สดใสกว่าที่ตลาดคาด จากการเร่งส่งออกก่อนความไม่แน่นอนของนโยบายภาษีสหรัฐฯ 10% ภายใต้มาตรา 122 ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนได้รับแรงหนุนบางส่วนจากการเร่งซื้อรถยนต์ไฟฟ้า ส่วนการลงทุนภาคเอกชนเพิ่มขึ้นสะท้อนเสถียรภาพทางการเมือง
อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจมีแนวโน้มชะลอตัวตั้งแต่ไตรมาสปัจจุบัน แม้จะมีมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ แต่ต้นทุนที่สูงขึ้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงฉุดรั้งการเติบโต ในภาวะเช่นนี้ BAY คาดว่าดอกเบี้ยนโยบายจะถูกตรึงไว้ที่ 1.00% ตลอดปีนี้ ท่ามกลางแรงกดดันเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น และการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ชะลอลง