ศุภจี รุกเจรจา USTR สรุปสาระสำคัญ ART มั่นใจดันภาษีเป็นธรรม หนุนส่งออก-จ้างงาน

ข่าวเศรษฐกิจ Friday September 4, 2026 18:07 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ซึ่งได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ได้หารือกับสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) และสามารถหาข้อสรุปร่วมกันในสาระสำคัญได้แล้ว เหลือเพียงประเด็นทางเทคนิคที่ทั้งสองฝ่ายจะเร่งสรุปให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

ทั้งนี้ นางศุภจี ได้หารือกับนาย Jamieson Greer ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ และนาย Rick Switzer รองผู้แทนการค้าสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 1 ก.ย.69 ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. โดยการหารือมีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม ก่อนที่สหรัฐฯ จะประกาศผลการไต่สวนภายใต้มาตรา 301 กรณีกำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้าง ขณะที่ฝ่ายสหรัฐฯ ให้ความมั่นใจว่าไทยจะได้รับอัตราภาษีจากผลการไต่สวนดังกล่าวในระดับที่เป็นธรรม และสามารถแข่งขันได้

ทั้งนี้ รัฐบาลเร่งเดินหน้าเจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทน ไทย-สหรัฐฯ (Agreement on Reciprocal Trade: ART) เพื่อปกป้องความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 ของไทย มูลค่ากว่า 2.37 ล้านล้านบาท และเกี่ยวข้องกับการจ้างงานภายในประเทศกว่า 400,000 ตำแหน่ง

น.ส.ลลิดา กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการเร่งเจรจา ART เพราะโจทย์สำคัญไม่ใช่เพียงการรักษาตัวเลขส่งออก แต่ต้องป้องกันไม่ให้สินค้าไทยเสียเปรียบคู่แข่งจากมาตรการภาษี ซึ่งอาจกระทบต่อคำสั่งซื้อ ฐานการผลิต การจ้างงาน และรายได้ของประชาชน โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรม ภาคเกษตร และธุรกิจที่อยู่ในห่วงโซ่การส่งออกไปสหรัฐฯ

ทั้งนี้ รัฐบาลได้ดำเนินการเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง โดยก่อนการหารือที่กรุงวอชิงตัน นางศุภจี ได้หารือทางโทรศัพท์กับนาย Greer เมื่อวันที่ 27 ส.ค.69 เพื่อยืนยันความตั้งใจของไทยที่จะเร่งหาข้อสรุป ขณะที่ทีมประเทศไทย ได้เจรจากับฝ่ายสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 4 วัน เพื่อคลี่คลายประเด็นทางเทคนิคที่ยังมีความเห็นแตกต่างกัน จนนำไปสู่การได้ข้อสรุปในสาระสำคัญครั้งนี้

รัฐบาลกำลังเร่งทำงานเพื่อรักษาตลาดส่งออกอันดับ 1 ของไทย และป้องกันไม่ให้ผู้ประกอบการไทยเสียความสามารถในการแข่งขันจากมาตรการภาษี ความคืบหน้าครั้งนี้ จึงมีความสำคัญ เพราะไม่ใช่เพียงเรื่องการค้าระหว่างสองประเทศ แต่หมายถึงการรักษาคำสั่งซื้อ ฐานการผลิต งาน และรายได้ของคนไทยกว่า 400,000 ตำแหน่ง เป้าหมายคือ ทำให้ไทยได้รับอัตราภาษีที่เป็นธรรม และแข่งขันได้กับประเทศอื่นในภูมิภาค นางสาวลลิดา กล่าว

น.ส.ลลิดา กล่าวว่า ความตกลง ART ครอบคลุมประเด็นสำคัญ อาทิ การจัดการอุปสรรคทางการค้าที่มิใช่ภาษี, การค้าดิจิทัล และโอกาสเชิงพาณิชย์ โดยทั้งสองฝ่ายจะให้ทีมเจรจาระดับเทคนิค เร่งสรุปรายละเอียดที่เหลือ เพื่อเดินหน้าสู่ข้อสรุปที่รักษาผลประโยชน์ของทั้งสองประเทศในระยะยาวต่อไป

ที่ผ่านมา ไทยเคยถูกเรียกเก็บภาษีต่างตอบแทน (Reciprocal Tariff) ภายใต้กฎหมาย IEEPA ในอัตรา 36% ก่อนลดลงเหลือ 19% ภายหลังไทยจัดทำแถลงการณ์ร่วมกับสหรัฐฯ และนำไปสู่การประกาศกรอบความตกลง ART เมื่อวันที่ 26 ต.ค.68 ต่อมาแม้ศาลสูงสุดสหรัฐฯ จะมีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีภายใต้ IEEPA ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 แต่สหรัฐฯ ได้ใช้มาตรา 122 จัดเก็บภาษี 10 % จากทุกประเทศแทน

ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ เปิดการไต่สวนภายใต้มาตรา 301 เพิ่มเติมอีก 2 กรณีที่ครอบคลุมไทย ได้แก่ กรณีกำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้าง และกรณีการไม่มีมาตรการห้ามนำเข้าสินค้าที่ใช้แรงงานบังคับ ทำให้รัฐบาลเร่งใช้การเจรจา ART เป็นกลไกลดความเสี่ยงทางการค้า และผลักดันให้ไทยได้รับเงื่อนไขทางภาษีที่สามารถแข่งขันกับประเทศอื่นในภูมิภาคได้

สำหรับกรณีการไม่มีมาตรการห้ามนำเข้าสินค้าที่ใช้แรงงานบังคับ สหรัฐฯ กำหนดอัตราภาษี 12.5% สำหรับประเทศที่ไม่มีกฎหมายห้ามนำเข้าสินค้าจากแรงงานบังคับ และอัตราภาษี 10% สำหรับประเทศที่มีกฎหมายดังกล่าว หรือสามารถสรุปความตกลง ART กับสหรัฐฯ ได้แล้ว

ส่วนกรณีกำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้าง ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาผล โดยฝ่ายสหรัฐฯ แสดงความตั้งใจที่จะเร่งพิจารณาอัตราภาษีควบคู่ไปกับความคืบหน้าของการเจรจา ART

โดยในปี 2568 สหรัฐฯ เป็นคู่ค้าอันดับ 2 ของไทย มีมูลค่าการค้ารวมกว่า 3 ล้านล้านบาท ไทยส่งออกไปสหรัฐฯ มูลค่า 2.37 ล้านล้านบาท นำเข้าจากสหรัฐฯ ประมาณ 7 แสนล้านบาท และไทยได้ดุลการค้าประมาณ 1.68 ล้านล้านบาท

การเร่งหาข้อสรุป ART จึงเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญของรัฐบาล ในการรักษาตลาดส่งออกหลัก สร้างความเชื่อมั่นให้ภาคธุรกิจและนักลงทุน และปกป้องการจ้างงาน และรายได้ของประชาชนไทย น.ส.ลลิดา กล่าว

โดย ฐานิสร์ ทองนอก/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ