ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 32.65/66 อ่อนค่าสอดคล้องภูมิภาค ตลาดจับตาเจรจาสันติภาพ-รอตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ

ข่าวเศรษฐกิจ Tuesday May 26, 2026 17:39 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า เงินบาทปิดตลาดเย็นนี้ อยู่ที่ระดับ 32.65/66 บาท/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ เปิดตลาดที่ระดับ 32.59/60 บาท/ดอลลาร์

โดยระหว่างวันเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 32.50 - 32.70 บาท/ดอลลาร์ วันนี้เงินบาทเคลื่อนไหวตามราคาทองคำ และ ราคาน้ำมันที่ย่อลง ทำให้ดอลลาร์แข็งค่า และส่งผลให้เงินบาทและสกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาคอ่อนค่า

ในช่วงนี้ตลาดจับตาการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ว่าจะมีข่าวเพิ่มเติมหรือไม่ ส่วนคืนนี้รอติดตามดัชนีความ เชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนพ.ค. จาก Conference Board ของสหรัฐฯ

นักบริหารเงิน คาดว่า พรุ่งนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 32.55 - 32.75 บาท/ดอลลาร์

  • ปัจจัยสำคัญ
  • เงินเยน อยู่ที่ระดับ 159.17/21 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ระดับ 158.94/97 เยน/ดอลลาร์
  • เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1641/1642 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเช้าที่ระดับ 1.1632/1634 ดอลลาร์/ยูโร
  • ดัชนี SET ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,553.36 จุด เพิ่มขึ้น 3.03 จุด (+0.20%) โดยมีมูลค่าการซื้อขาย 58,368.33 ล้านบาท
  • สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติซื้อสุทธิ 1,512.84 ล้านบาท
  • ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ประเมินว่า มูลค่าส่งออกไทยปี 2569 มีแนวโน้มขยายตัวดี
ขึ้นเป็น 7.8% (เดิมมอง 0.5%) แม้สงครามในตะวันออกกลางยังมีความไม่แน่นอนสูง
  • รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยสถานการณ์ท่องเที่ยวไทยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (18-24 พ.ค.) ว่า นักท่องเที่ยวฟื้นตัว
ด้านการเดินทาง จากการออกเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดต่อเนื่องที่มีในหลายประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ และฮ่องกงและ
การเพิ่มจำนวนเที่ยวบินของสายการบิน British Airways (สายการบินแห่งชาติของอังกฤษ) ที่เพิ่มเที่ยวบินตรงมายังประเทศไทยยาว
ไปถึงช่วงหน้าร้อน (ทำให้บินได้ตลอดทั้งปี ไม่หยุดบินช่วงกลางปีเหมือนเมื่อก่อน) ซึ่งกระตุ้นนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดอังกฤษ และสหราช
อาณาจักรให้สามารถเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวไทยได้มากขึ้น
  • ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) เปิดเผยบทวิเคราะห์ภาวะเศรษฐกิจและการเงิน ประจำสัปดาห์ โดยประเมินภาพรวม
เศรษฐกิจไทย จากผลของมาตรการ "ไทยช่วยไทย พลัส" คาดช่วยหนุนการใช้จ่ายระยะสั้น และเพิ่ม GDP ปีนี้ให้เพิ่มขึ้นได้ราว 0.2-
0.5%
  • กรรมการบริหารของธนาคารกลางยุโรป (ECB) กล่าวว่า ECB ควรพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมิ.
ย. โดยเตือนว่า ผลกระทบจากราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูงกำลังลุกลามสู่เศรษฐกิจในวงกว้าง และ ECB ไม่ควรรอดูสถานการณ์อีกต่อ
ไป ไม่ว่าสหรัฐฯ และอิหร่านจะสามารถบรรลุข้อตกลงสันติภาพกันได้หรือไม่ก็ตาม
  • รองผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) แถลงในวันนี้ (26 พ.ค.) ว่า BOJ จะพิจารณาจังหวะเวลาและอัตราความเร็ว

ในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยประเมินควบคู่ไปกับผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีต่อเศรษฐกิจและระดับราคาในประเทศ


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ