นายอารักษ์ สุธีวงศ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ Chief Financial Officer บมจ. เอสซีบี เอกซ์ [SCB] กล่าวว่า การจัดตั้ง Virtual Bank ในชื่อธนาคารเอกซ์ (BankX) ตั้งเป้าหมายที่จะเปิดให้บริการได้ภายในปลายปีนี้ แม้ว่าแผนงานจะมีการขยับออกไปบ้าง ซึ่งทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้รับทราบความคืบหน้ามาโดยตลอด
พร้อมกันนี้ ยังได้ชี้แจงสาเหตุที่มีการปรับเปลี่ยนแผนงาน เนื่องจากกระบวนการสร้างระบบ การทดสอบ และการออกแบบ มีความซับซ้อน และใช้เวลาไปสู่ขั้นตอนการปฏิบัติมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยกลุ่ม SCBX ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนในระยะยาว ระบบต้องมีความเสถียร และสามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้จริง
ส่วนประเด็นเรื่องความได้เปรียบของการเป็นผู้เล่นรายแรกนั้น นายอารักษ์ เห็นว่า หากเป็นบริการใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนในตลาด การมาก่อนย่อมได้เปรียบ แต่สำหรับธุรกิจการเงินที่มีธนาคารเดิมอยู่แล้วนับสิบแห่ง การเป็นธนาคารลำดับที่ 11 หรือ 12 ไม่ได้มีความแตกต่างกัน หากผู้มาใหม่ไม่สามารถสร้างความแตกต่างที่แท้จริงได้
"SCBX จึงยอมที่จะเปิดตัวช้ากว่าเล็กน้อย เพื่อแลกกับการสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุด และสร้างความต่างให้มากที่สุดให้กับลูกค้า" นายอารักษ์ ระบุสำหรับกลุ่มเป้าหมายของ Virtual Bank จะมุ่งเน้นไปที่การสร้าง Financial Inclusion โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่ธนาคารแบบเดิมไม่สามารถเข้าถึงได้ หรือกลุ่มที่อยู่ขอบล่างที่ธนาคารพาณิชย์ทั่วไปไม่สามารถประเมินเครดิตได้ชัดเจน รวมถึงกลุ่มที่ต้องพึ่งพาเงินกู้นอกระบบ ซึ่ง Virtual Bank ต้องการดึงให้กลุ่มคนเหล่านี้ เข้ามาอยู่ในระบบการเงิน
นายอารักษ์ เชื่อมั่นว่าตลาดในส่วนนี้มีขนาดใหญ่เพียงพอ จนจะไม่ส่งผลกระทบ หรือทับซ้อนกับธุรกิจในกลุ่มอย่าง MONIX (มันนิกซ์) ซึ่งให้บริการสินเชื่อดิจิทัลอยู่แล้ว เนื่องจากมีวิธีการมองเครดิตและกลุ่มเป้าหมายที่เกื้อหนุนกันในการตอบโจทย์นโยบายของ ธปท.
สำหรับสัดส่วนการถือหุ้นใน BankX ที่ SCBX มีสัดส่วน 90% และ KakaoBank มีสัดส่วน 10% นั้น มองว่า ไม่ควรดูเพียงแค่ตัวเลขสัดส่วนการถือหุ้นเพียงอย่างเดียว เนื่องจากมีการทำข้อตกลงทั้งในรูปแบบ Shareholding Agreement และ Partnership Agreement ควบคู่กันไป เพื่อกำหนดบทบาท หน้าที่ และผลตอบแทนที่สอดคล้องกับสิ่งที่แต่ละฝ่ายนำเข้ามาสมทบ