น.ส.วราภรณ์ เต็มแก้ว รองผู้ว่าการฝ่ายบริหาร รักษาการแทนผู้ว่าการสถาบันการบินพลเรือน (สบพ.) เปิดเผยว่า ท่ามกลางอุตสาหกรรมการบินทั่วโลกที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ความต้องการบุคลากรด้านซ่อมบำรุงอากาศยานเพิ่มมากขึ้น สบพ. ในฐานะสถาบันฝึกอบรมหลักของประเทศ ได้มุ่งมั่นพัฒนาหลักสูตรนายช่างภาคพื้นดิน (AMEL) ทั้งช่างเครื่องบิน (B1.1, B1.2) และช่างเอวิโอนิกส์ (B2) อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีความทันสมัย เข้มข้น และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล
ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญอย่างเป็นรูปธรรม โดย สบพ. ได้รับความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม โดยได้รับใบรับรองสถาบันฝึกอบรมนายช่างภาคพื้นดินตามมาตรฐานใหม่ (TCAR PEL PART-147 Recertification) จากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เลขที่ CAAT.147.0001 ได้รับการรับรองเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569 ซึ่งครอบคลุมการฝึกอบรมรวม 11 หลักสูตร ทั้งกลุ่มหลักสูตรพื้นฐาน (BASIC) และหลักสูตรอื่นๆ (OTHERS) ส่งผลให้ สบพ. เป็นสถาบันแห่งแรกของไทยที่ได้รับรองมาตรฐานดังกล่าวตามข้อกำหนด กพท. ฉบับที่ 75 ควบคู่ไปกับความสำเร็จในระดับสากล สบพ. ยังได้รับการรับรองเป็นสถาบันฝึกอบรมนายช่างภาคพื้นดินและศูนย์ทดสอบมาตรฐานยุโรป (Foreign EASA Part-147) เลขที่ใบรับรอง EASA.147.0208 จากองค์การความปลอดภัยด้านการบินแห่งสหภาพยุโรป (EASA) เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา
"การได้รับการรับรองมาตรฐานจากทั้งสองหน่วยงาน ถือเป็นเครื่องยืนยันความสำเร็จของ สบพ. ในการสร้าง มาตรฐานคู่ขนาน ที่ทรงคุณค่า ซึ่งเป็นการการันตีคุณภาพและมาตรฐานการฝึกอบรมนายช่างอากาศยานของ สบพ. เป็นที่ยอมรับทั้งจากหน่วยงานกำกับดูแลของประเทศ (National Authority) และระดับสากล (International Authority) ซึ่งไม่เพียงแต่สร้างความเชื่อมั่นสูงสุดด้านความปลอดภัย (Safety) และมาตรฐานวิชาชีพ (Standardization) ให้แก่อุตสาหกรรมการบินโลกเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญที่ผลักดันให้ สบพ. ก้าวสู่การเป็น World-Class Aviation Training Hub อย่างเต็มภาคภูมิ" น.ส.วราภรณ์กล่าวนอกจากนี้ สบพ. ยังเดินหน้าพัฒนาหลักสูตร เทคโนโลยี และความร่วมมือกับพันธมิตรด้านการบินทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มโอกาสทางวิชาชีพให้แก่นักศึกษา ควบคู่กับการสร้างบุคลากรที่มีทักษะตรงตามความต้องการของอุตสาหกรรมการบินยุคใหม่ โดย สบพ.พร้อมเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนนโยบายภาครัฐ สร้างกำลังคนคุณภาพรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมการบิน และผลักดันประเทศไทยตามนโยบายกระทรวงคมนาคม ในการเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค (Aviation Hub) รองรับการแข่งขันและการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมการบินระดับสากลในอนาคต
