นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม"มาบตาพุด คอมเพล็กซ์" จังหวัดระยอง เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา เพื่อติดตามสถานการณ์อุตสาหกรรม รับฟังข้อเสนอจากภาคเอกชน และผลักดันการยกระดับพื้นที่สู่ "Smart & Sustainable Industrial Complex" ท่ามกลางแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลก ต้นทุนพลังงานสูง และมาตรการสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น
นายวราวุธ กล่าวว่า มาบตาพุด คอมเพล็กซ์ ถือเป็น"หัวใจสำคัญของเศรษฐกิจไทย" และเป็นฐานอุตสาหกรรมปิโตรเคมี พลังงาน และอุตสาหกรรมต่อเนื่องที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ครอบคลุม 6 นิคมอุตสาหกรรม และ 1 ท่าเรืออุตสาหกรรม
สำหรับการประชุมหารือร่วมกับผู้ประกอบการในช่วงบ่าย (30 พฤษภาคม 2569) มีตัวแทนภาคอุตสาหกรรมรายใหญ่เข้าร่วม อาทิ บมจ. บางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส (BIG), บมจ. บีแอลซีพี เพาเวอร์ (BLCP), บมจ. โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ (GPSC), บมจ. อินโดรามา โพลีเอสเตอร์ อินดัสตรี้ส์, บมจ. เอ็นเอฟซี (NFC), บมจ.พีทีที แทงค์ เทอร์มินอล, บมจ. พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC), บริษัท พีทีที แอลเอ็นจี จำกัด (PTTLNG), บมจ. เอสซีจี เคมิคอลส์ (SCGC) และ บมจ. สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง (SPRC)
โดยที่ประชุมได้สะท้อน "5 ปมท้าทายสำคัญ"ที่กำลังกดดันภาคอุตสาหกรรมไทยอย่างหนัก
- ประเด็นแรก คือ วิกฤตการแข่งขันอุตสาหกรรมปิโตรเคมีโลก ที่กำลังเผชิญภาวะอุปทานล้นตลาดจากจีนและตะวันออกกลาง ส่งผลให้ส่วนต่างกำไรลดลงและการลงทุนใหม่ชะลอตัว ภาคเอกชนจึงเรียกร้องให้รัฐเร่งลดต้นทุนโครงสร้างพื้นฐาน และปรับปรุงกฎระเบียบให้อนุมัติได้รวดเร็วขึ้น
- ประเด็นที่สอง คือ ต้นทุนพลังงานและสาธารณูปโภคที่สูงขึ้น กลายเป็นอีกแรงกดดันสำคัญ ภาคเอกชนเสนอให้รัฐ
- ประเด็นที่สาม คือ แรงกดดันจากมาตรการลดคาร์บอนและกติกาการค้าสีเขียวโลก โดยเฉพาะมาตรการ CBAM
- ประเด็นที่สี่ ยังมีข้อเรียกร้องให้ปฏิรูประบบอนุญาตภาครัฐ ลดความซ้ำซ้อนของขั้นตอน EIA/EHIA ผ่านระบบดิจิทัลและ One Stop Service รวมถึงเปิดพื้นที่ Regulatory Sandbox เพื่อทดลองนวัตกรรมใหม่ทางอุตสาหกรรม
- ประเด็นสุดท้าย คือ การผลักดันท่าเรืออัจฉริยะ หรือ Smart Port เพื่อลดต้นทุนโลจิสติกส์ ด้วยการพัฒนาระบบแพลตฟอร์มกลางระบบดิจิทัลที่เชื่อมโยงข้อมูลด้านโลจิสติกส์และการขนส่งทางน้ำ (Port Community System) การขนส่งชายฝั่ง และโครงข่ายท่อส่งส่วนกลาง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการลำเลียงวัตถุดิบ
นายวราวุธ กล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรมและ กนอ. ได้รับทราบข้อเสนอทั้งหมดแล้ว และพร้อมเร่งผลักดันการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและระบบนิเวศอุตสาหกรรม เพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคตและยกระดับความสามารถการแข่งขันของประเทศ
ด้าน นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการ กนอ. กล่าวว่า เรากำลังเปลี่ยนบทบาทจากผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรม ไปสู่แพลตฟอร์มโครงสร้างพื้นฐานและระบบนิเวศอุตสาหกรรม (Industrial Infrastructure & Ecosystem Platform) ผ่าน 4 แนวทางหลัก ได้แก่ การพัฒนาระบบสาธารณูปโภคร่วม การสร้างแพลตฟอร์มลดคาร์บอน การส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน และการยกระดับนิคมอุตสาหกรรมและท่าเรือสู่ระบบอัจฉริยะด้วยเทคโนโลยี 5G, AI และ IoT