นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ล่าสุดได้มอบหมายให้กรมสรรพสามิต ไปเร่งพิจารณาโครงการใหม่เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงานของประเทศไทย แทนโครงการ "รถเก่าแลกใหม่" ที่ยอมรับว่ายังติดปัญหาเรื่องความชัดเจนเกี่ยวกับแผนการบริหารจัดการซากรถยนต์เก่าที่มาเข้าร่วมโครงการ ที่อาจส่งผลกระทบให้โครงการไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร
สำหรับโครงการใหม่ที่กรมสรรพสามิตจะต้องเสนอเข้ามานั้น นายลวรณ กล่าวว่า จะต้องได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ และตอบสนองกับบริบทของประเทศไทยในขณะนี้ได้ดีกว่าโครงการรถเก่าแลกใหม่ โดยเฉพาะในเรื่องการสนับสนุนเรื่องการเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงานไปสู่พลังงานสะอาด ซึ่งจะต้องสอดคล้องและเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของ พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน และสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 (พ.ร.ก.กู้เงินฯ) 4 แสนล้านบาท ในส่วนของแผนงานที่ 2 ในการปรับโครงสร้างสู่พลังงานสะอาด ซึ่งจะครอบคลุมถึงการสนับสนุนยานพาหนะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วย วงเงิน 2 แสนล้านบาท
"โครงการรถเก่าแลกใหม่ ติดปัญหาสำคัญ คือ บริษัทที่เป็นเจ้าของรถยนต์ไม่ว่าจะยี่ห้อไหนก็ตาม ต้องรับรถยนต์เก่ากลับไปบริหารจัดการด้วย ไม่ใช่ปล่อยให้ส่วนนั้นเป็นหน้าที่ของภาครัฐ เพื่อแลกกับการที่บริษัทสามารถขายรถยนต์ใหม่ได้ ดังนั้น หากบริษัทรถยนต์ไม่ให้ความร่วมมือในส่วนนี้ โครงการนี้ก็คงเกิดขึ้นไม่ได้ง่าย ๆ เพราะการจะดำเนินการโครงการนี้ ต้องมีความชัดเจนเรื่องแผนในการบริหารจัดการซากรถยนต์เก่า ซึ่งรวมไปถึงแบตเตอรี่ด้วย ว่ารถเก่าจะเอาไปไหน เช่น ถ้ารถยังพอใช้งานได้ อาจจะส่งไปประเทศที่ 3 หรือถ้ารถที่มีสภาพเก่ามาก ๆ เก่าเกินไป ก็จะต้องมีวิธีการทำลายซากอย่างถูกต้อง เป็นต้น ตรงนี้ถ้าผู้ประกอบการที่เป็นเจ้าของแบรนด์ไม่ให้ความร่วมมือ ก็คงเกิดขึ้นไม่ได้ เพราะภาครัฐเองคงไม่สามารถไปจัดการเรื่องพวกนี้ได้เอง" ปลัดกระทรวงการคลัง ระบุ
สำหรับโครงการใหม่ ที่กรมสรรพสามิตอยู่ระหว่างการเร่งศึกษานั้น เบื้องต้นทราบว่ากรมฯ กำลังทำการบ้านอย่างเต็มที่ ซึ่งกระทรวงการคลัง ต้องการให้มีความชัดเจนโดยเร็วที่สุด และเป็นข้อเสนอที่ดีที่สุดด้วย ซึ่งโครงการที่จะเสนอเข้ามานี้ จะอยู่ภายใต้แผนงานที่ 2 เรื่องการเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงาน ตาม พ.ร.ก.กู้เงินฯ ซึ่งหลายหน่วยงานก็มีการศึกษาอยู่ด้วยเช่นกัน
"ดังนั้นหากโครงการใดมีความพร้อม และเสนอเข้ามาก่อน ก็จะมีโอกาสก่อน เพราะต้องยอมรับว่าวงเงินงบประมาณมีจำกัด เชื่อว่าทุกหน่วยงานอยู่ระหว่างการเร่งดำเนินการทั้งหมด" ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าว