ผลพวงสงครามตอ.กลาง ฉุดดัชนีเชื่อมั่นหอการค้าฯ พ.ค. ร่วงต่อเนื่อง 3 เดือน

ข่าวเศรษฐกิจ Thursday June 11, 2026 16:05 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ผลพวงสงครามตอ.กลาง ฉุดดัชนีเชื่อมั่นหอการค้าฯ พ.ค. ร่วงต่อเนื่อง 3 เดือน

นายวชิร คูณทวีเทพ รองอธิการบดีฝ่ายยุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย (TCC INDEX) เดือน พ.ค.69 ซึ่งเป็นการสำรวจความคิดเห็นของภาคธุรกิจ และหอการค้าทั่วประเทศ จำนวน 369 ตัวอย่าง ดำเนินการสำรวจในช่วงวันที่ 25-29 พ.ค. 69 พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นฯ อยู่ที่ระดับ 41.7 ลดลงจากเดือนเม.ย. 69 ซึ่งดัชนีฯ อยู่ที่ระดับ 42.2 โดยดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย ปรับตัวลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3

เมื่อแยกดัชนีเป็นประเภทกลุ่มธุรกิจ พบว่าดัชนีความเชื่อมั่นลดลงจากเดือนเม.ย.ในทุกรายการ ไม่ว่าจะเป็นภาคการบริโภค, การลงทุน, การท่องเที่ยว, ภาคเกษตร, ภาคอุตสาหกรรม, ภาคการค้า, ภาคการค้าชายแดน, ภาคบริการ และการจ้างงาน โดยผู้ประกอบการต่างมองว่า เศรษฐกิจไทยชะลอลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า เนื่องจากยังมีสัญญาณความวิตกกังวล โดยเฉพาะสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง

ผลพวงสงครามตอ.กลาง ฉุดดัชนีเชื่อมั่นหอการค้าฯ พ.ค. ร่วงต่อเนื่อง 3 เดือน

โดยดัชนีความเชื่อมั่นฯ ในส่วนของภาคการค้า ปรับตัวลดลงมากสุดที่ 1.1 จุด รองลงมา คือ การค้าชายแดน และการจ้างงาน ปรับตัวลดลงเท่ากันที่ 0.8 จุด ซึ่งในส่วนของการจ้างงานนั้น เชื่อว่าเป็นผลจากเริ่มมีสัญญาณการ lay off ในบางสถานประกอบการ

สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย ในแต่ละภูมิภาค เป็นดังนี้

- กรุงเทพฯ และปริมณฑล อยู่ที่ 43.3 ลดลงจากเดือนเม.ย. ซึ่งอยู่ที่ 43.7

- ภาคกลาง อยู่ที่ 41.9 ลดลงจากเดือนเม.ย. ซึ่งอยู่ที่ 42.4

- ภาคตะวันออก อยู่ที่ 46.8 ลดลงจากเดือนเม.ย. ซึ่งอยู่ที่ 47.2

ผลพวงสงครามตอ.กลาง ฉุดดัชนีเชื่อมั่นหอการค้าฯ พ.ค. ร่วงต่อเนื่อง 3 เดือน

- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อยู่ที่ 38.6 ลดลงจากเดือนเม.ย. ซึ่งอยู่ที่ 39.3

- ภาคเหนือ อยู่ที่ 42.7 ลดลงจากเดือนเม.ย. ซึ่งอยู่ที่ 43.2

- ภาคใต้ อยู่ที่ 41.6 ลดลงจากเดือนเม.ย. ซึ่งอยู่ที่ 42.1

โดยมีปัจจัยลบ ได้แก่

1. ความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาน้ำมันและก๊าซ

ธรรมชาติ รวมถึงสิ่งที่ได้จากการผลิตน้ำมันก๊าซธรรมชาติ เช่น ปุ๋ย เม็ดพลาสติก ในตลาดโลกได้ปรับราคาขึ้นอย่างรวดเร็ว

2. ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้น

3. เงินบาทปรับตัวอ่อนค่าลงเล็กน้อย จากระดับ 32.347 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ ณ สิ้นเดือน เม.ย.69 มาเป็น 32.527 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ ณ สิ้นเดือน พ.ค.69

4. ปัญหาเรื่องปัจจัยต้นทุนการผลิตของผู้ประกอบการที่ปรับตัวสูงขึ้น อาจจะส่งผลกระทบต่อการจ้างแรงงานให้ถูกปลดออก เพื่อประคองต้นทุนธุรกิจต่อไป

5. ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กPM 2.5 ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพและการดำเนินชีวิตของประชาชน

6. ราคาข้าวเปลือกเจ้า ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ อยู่ในระดับต่ำกว่าปีก่อน กระทบกำลังซื้อของเกษตรกรในบางพื้นที่

7. ภาคธุรกิจมีความกังวลกับต้นทุนปัจจัยการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว อาทิ ราคาน้ำมัน ค่าขนส่ง และปุ๋ยเคมี

ขณะที่มีปัจจัยบวก ได้แก่

1. ภาครัฐดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส 60/40" เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศ และช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน

2. สภาพัฒน์ เผยอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1 ปี 2569 ขยายตัวได้ 2.8%

3. การส่งออกของไทยเดือน เม.ย. 69 ขยายตัว 23.12% มูลค่าอยู่ที่ 31,582.99 ล้านดอลลาร์

4. SET Index เดือน พ.ค. 69 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 74.68จุด จาก 1,493.69 ณ สิ้นเดือน เม.ย. 69เป็น 1,568.37ณ สิ้นเดือน พ.ค. 69

5. แรงหนุนจากผลผลิตทางการเกษตรบางชนิด ที่มีผลผลิตสินค้าเกษตรบางชนิดเข้าสู่ฤดูกาลเก็บเกี่ยว และส่งออกไปยังตลาดที่ต้องการซึ่งช่วยสร้างรายได้เสริมให้เกษตรกร

6. กลุ่มนักท่องเที่ยวจีน รวมถึงนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะไกล (Long haul) ฟื้นตัว จากการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวตลาดยุโรป และอเมริกา

พร้อมกันนี้ ผู้ประกอบการยังได้มีข้อเสนอแนะ และแนวทางการดำเนินการ ดังนี้

- แนวทางรับมือกับวิกฤตต้นทุนพลังงาน โดยจำเป็นต้องตรึงราคา หรือพยุงราคาน้ำมันดีเซลและก๊าซหุงต้มอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดภาระต้นทุนภาคขนส่งมวลชน และขนส่งสินค้า

- เร่งรัดเตรียมความพร้อมระบบชลประทาน และจัดหาแหล่งกักเก็บน้ำชุมชนรองรับภัยแล้ง พร้อมส่งเสริมและให้ความรู้เกษตรกรในการ

ปรับเปลี่ยนมาปลูกพืชใช้น้ำน้อย หรือวางแผนการเพาะปลูกให้สอดรับกับปริมาณน้ำในพื้นที่

- มาตรการแก้หนี้สิน โดยขยายหรือสานต่อโครงการปรับโครงสร้างหนี้ พักชำระหนี้ หรือมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อย และกลุ่ม SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงาน

- บังคับใช้มาตรการควบคุมการเผาในพื้นที่เกษตรอย่างเข้มงวด เพื่อแก้ปัญหาฝุ่นควันพร้อมสร้างแรงจูงใจแก่พื้นที่ที่ร่วมมือ

- ส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อพยุงภาคบริการและการจ้างงานในพื้นที่ ให้ยังคงเติบโต

- การรักษาเสถียรภาพของค่าเงินบาทให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมต่อการส่งออก และภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ