นายวชิร คูณทวีเทพ รองอธิการบดีฝ่ายยุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย (TCC INDEX) เดือน พ.ค.69 ซึ่งเป็นการสำรวจความคิดเห็นของภาคธุรกิจ และหอการค้าทั่วประเทศ จำนวน 369 ตัวอย่าง ดำเนินการสำรวจในช่วงวันที่ 25-29 พ.ค. 69 พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นฯ อยู่ที่ระดับ 41.7 ลดลงจากเดือนเม.ย. 69 ซึ่งดัชนีฯ อยู่ที่ระดับ 42.2 โดยดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย ปรับตัวลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3
เมื่อแยกดัชนีเป็นประเภทกลุ่มธุรกิจ พบว่าดัชนีความเชื่อมั่นลดลงจากเดือนเม.ย.ในทุกรายการ ไม่ว่าจะเป็นภาคการบริโภค, การลงทุน, การท่องเที่ยว, ภาคเกษตร, ภาคอุตสาหกรรม, ภาคการค้า, ภาคการค้าชายแดน, ภาคบริการ และการจ้างงาน โดยผู้ประกอบการต่างมองว่า เศรษฐกิจไทยชะลอลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า เนื่องจากยังมีสัญญาณความวิตกกังวล โดยเฉพาะสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง

โดยดัชนีความเชื่อมั่นฯ ในส่วนของภาคการค้า ปรับตัวลดลงมากสุดที่ 1.1 จุด รองลงมา คือ การค้าชายแดน และการจ้างงาน ปรับตัวลดลงเท่ากันที่ 0.8 จุด ซึ่งในส่วนของการจ้างงานนั้น เชื่อว่าเป็นผลจากเริ่มมีสัญญาณการ lay off ในบางสถานประกอบการ
สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย ในแต่ละภูมิภาค เป็นดังนี้
- กรุงเทพฯ และปริมณฑล อยู่ที่ 43.3 ลดลงจากเดือนเม.ย. ซึ่งอยู่ที่ 43.7
- ภาคกลาง อยู่ที่ 41.9 ลดลงจากเดือนเม.ย. ซึ่งอยู่ที่ 42.4
- ภาคตะวันออก อยู่ที่ 46.8 ลดลงจากเดือนเม.ย. ซึ่งอยู่ที่ 47.2

- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อยู่ที่ 38.6 ลดลงจากเดือนเม.ย. ซึ่งอยู่ที่ 39.3
- ภาคเหนือ อยู่ที่ 42.7 ลดลงจากเดือนเม.ย. ซึ่งอยู่ที่ 43.2
- ภาคใต้ อยู่ที่ 41.6 ลดลงจากเดือนเม.ย. ซึ่งอยู่ที่ 42.1
โดยมีปัจจัยลบ ได้แก่
1. ความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาน้ำมันและก๊าซ
2. ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้น
3. เงินบาทปรับตัวอ่อนค่าลงเล็กน้อย จากระดับ 32.347 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ ณ สิ้นเดือน เม.ย.69 มาเป็น 32.527 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ ณ สิ้นเดือน พ.ค.69
4. ปัญหาเรื่องปัจจัยต้นทุนการผลิตของผู้ประกอบการที่ปรับตัวสูงขึ้น อาจจะส่งผลกระทบต่อการจ้างแรงงานให้ถูกปลดออก เพื่อประคองต้นทุนธุรกิจต่อไป
5. ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กPM 2.5 ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพและการดำเนินชีวิตของประชาชน
6. ราคาข้าวเปลือกเจ้า ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ อยู่ในระดับต่ำกว่าปีก่อน กระทบกำลังซื้อของเกษตรกรในบางพื้นที่
7. ภาคธุรกิจมีความกังวลกับต้นทุนปัจจัยการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว อาทิ ราคาน้ำมัน ค่าขนส่ง และปุ๋ยเคมี
ขณะที่มีปัจจัยบวก ได้แก่
1. ภาครัฐดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส 60/40" เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศ และช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน
2. สภาพัฒน์ เผยอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1 ปี 2569 ขยายตัวได้ 2.8%
3. การส่งออกของไทยเดือน เม.ย. 69 ขยายตัว 23.12% มูลค่าอยู่ที่ 31,582.99 ล้านดอลลาร์
4. SET Index เดือน พ.ค. 69 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 74.68จุด จาก 1,493.69 ณ สิ้นเดือน เม.ย. 69เป็น 1,568.37ณ สิ้นเดือน พ.ค. 69
5. แรงหนุนจากผลผลิตทางการเกษตรบางชนิด ที่มีผลผลิตสินค้าเกษตรบางชนิดเข้าสู่ฤดูกาลเก็บเกี่ยว และส่งออกไปยังตลาดที่ต้องการซึ่งช่วยสร้างรายได้เสริมให้เกษตรกร
6. กลุ่มนักท่องเที่ยวจีน รวมถึงนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะไกล (Long haul) ฟื้นตัว จากการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวตลาดยุโรป และอเมริกา
พร้อมกันนี้ ผู้ประกอบการยังได้มีข้อเสนอแนะ และแนวทางการดำเนินการ ดังนี้
- แนวทางรับมือกับวิกฤตต้นทุนพลังงาน โดยจำเป็นต้องตรึงราคา หรือพยุงราคาน้ำมันดีเซลและก๊าซหุงต้มอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดภาระต้นทุนภาคขนส่งมวลชน และขนส่งสินค้า
- เร่งรัดเตรียมความพร้อมระบบชลประทาน และจัดหาแหล่งกักเก็บน้ำชุมชนรองรับภัยแล้ง พร้อมส่งเสริมและให้ความรู้เกษตรกรในการ
- มาตรการแก้หนี้สิน โดยขยายหรือสานต่อโครงการปรับโครงสร้างหนี้ พักชำระหนี้ หรือมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อย และกลุ่ม SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงาน
- บังคับใช้มาตรการควบคุมการเผาในพื้นที่เกษตรอย่างเข้มงวด เพื่อแก้ปัญหาฝุ่นควันพร้อมสร้างแรงจูงใจแก่พื้นที่ที่ร่วมมือ
- ส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อพยุงภาคบริการและการจ้างงานในพื้นที่ ให้ยังคงเติบโต
- การรักษาเสถียรภาพของค่าเงินบาทให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมต่อการส่งออก และภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน