ภาวะตลาดเงินบาท: เปิด 32.78 แข็งค่ารับดอลลาร์อ่อนค่า คาดหวังสงครามตอ.ใกล้ได้ข้อยุติ

ข่าวเศรษฐกิจ Friday June 12, 2026 09:19 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 32.78 บาท/ดอลลาร์ จากปิดเมื่อวานที่ ผ่านมาที่ 32.95 บาท/ดอลลาร์

ปัจจัยสำคัญ เมื่อคืนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ออกมาประกาศว่า ใกล้บรรลุสันติภาพกับอิหร่านแล้ว ทำให้เงิน ดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินส่วนใหญ่

นักบริหารเงิน คาดกรอบเงินบาทวันนี้ จะอยู่ที่ระดับ 32.70-32.90 บาท/ดอลลาร์

  • ปัจจัยสำคัญ
  • เงินเยน อยู่ที่ระดับ 160.21 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 160.53 เยน/ดอลลาร์
  • เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1560 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 1.1530 ดอลลาร์/ยูโร
  • อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท. อยู่ที่ระดับ 32.920 บาท/ดอลลาร์
  • แบงก์กรุงไทย (KTB) ชี้ ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังเป็นปัจจัยหลักกดดันตลาดการเงินโลก ส่งผลให้บอนด์ยีลด์
สหรัฐฯ ปรับตัวขึ้น ผลักดันให้บอนด์ยีลด์ทยอยปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 4.57% ยังคงแนะนำสะสมพันธบัตรระยะยาว พร้อมประเมิน FED มีแนวโน้ม
คงอัตราดอกเบี้ยตลอดปี 69 ก่อนเริ่มปรับลดดอกเบี้ย 2 ครั้งในปี 70 ส่วน ธปท. อาจคงดอกเบี้ยนโยบายต่อเนื่องตลอดปีนี้และปีหน้า
  • คลัง-ตลท.-FETCO ปลุกตลาดหุ้นครั้งใหญ่ วางไทยเป็น "Safe Haven" ดูดเงินนักลงทุนทั่วโลก เร่งถก TISA เคลียร์
เกณฑ์ลงตัวเกิน 80-90% ก่อนดันเข้าครม.เร็วๆ นี้ พร้อมเดินหน้าบริหารจัดการ Fiscal Space เพิ่มสิทธิประโยชน์ ค่าลดหย่อนภาษี
หวังปั๊มดีมานด์เข้าตลาดหุ้น "ไพบูลย์" ประธาน FETCO ชี้ ตลาดทุนไทยต้องพร้อมรับวัฏจักรลงทุนครั้งใหญ่รอบใหม่ เล็งจับมือคลังผลักดันอิน
ฟราฟันด์ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ
  • ธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ในการประชุมเมื่อวานนี้ ตามการคาดการณ์ของ
ตลาด โดยเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2566 เพื่อสกัดเงินเฟ้อที่เกิดจากการทำสงครามระหว่างสหรัฐฯ และ
อิหร่าน
  • ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ โพสต์ข้อความบน Truth Social เมื่อวานนี้ (11 มิ.ย.) ระบุว่า เขาได้
ประกาศยกเลิกการโจมตีอิหร่าน ซึ่งเดิมมีกำหนดไว้เมื่อวานนี้ (11 มิ.ย.) เนื่องจากการหารือกับอิหร่านได้รับความเห็นชอบจากหลายชาติ
แล้ว
  • เครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group ระบุว่า หลังจากที่ปธน.ทรัมป์ประกาศยกเลิกแผนการโจมตีอิหร่าน นักลง
ทุนได้ปรับลดน้ำหนักต่อการคาดการณ์ที่ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธ.ค. ลงเหลือ 62% จากเดิม 69%
  • ธนาคารโลกเปิดเผยรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลกฉบับล่าสุด โดยได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี
2569 เหลือเพียง 2.5% จากระดับ 2.9% ที่เคยคาดไว้เมื่อเดือนมกราคม โดยได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานที่พุ่งขึ้น อัตราเงินเฟ้อที่
เพิ่มขึ้น และต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้น ธนาคารโลกเตือนว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางกำลังจะทำให้การเติบโตของเศรษฐกิจโลกชะลอตัว
ลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่การแพร่ระบาดของโควิด-19
  • กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้ผลิต ปรับตัว
ขึ้น 6.5% ในเดือนพ.ค. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย. 2565 และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่
ระดับ 6.4% จากระดับ 5.7% ในเดือนเม.ย. จากระดับ 5.7% ในเดือนเม.ย.
  • กระทรวงแรงงานระบุว่า ตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก เพิ่มขึ้น 4,000 ราย สู่ระดับ 229,000 รายใน
สัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.พ. และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 216,000 ราย
  • ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพฤหัสบดี (11 มิ.
ย.) เนื่องจากนักลงทุนลดการถือครองดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศยกเลิก
แผนการโจมตีอิหร่าน ซึ่งทำให้นักลงทุนคาดการณ์ว่าการตัดสินใจของปธน.ทรัมป์อาจปูทางไปสู่การทำข้อตกลงเพื่อยุติสงครามที่ยืดเยื้อมาก
ว่า 3 เดือน
  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันพฤหัสบดี (11 มิ.ย.) โดยปรับตัวลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 5 ขณะที่นักลงทุนจับตา
สถานการณ์ระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านอย่างใกล้ชิด หลังจากมีรายงานว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศยกเลิกแผนการโจมตี
อิหร่าน
  • ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ วันนี้ ได้แก่ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นต้นเดือนมิ.ย.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน
  • นักลงทุนจับตาการประชุมนโยบายการเงินของเฟดในสัปดาห์หน้า ซึ่งจะเป็นการประชุมครั้งแรกของ เควิน วอร์ช ในฐานะ
ประธานเฟด โดยตลาดคาดการณ์ว่าคณะกรรมการเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิมในการประชุมครั้งนี้ แต่คาดว่าเฟดอาจจะปรับขึ้น
อัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25% จำนวน 1 ครั้งภายในสิ้นปีนี้

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ