ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ มีมติเห็นชอบรายละเอียดงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท พร้อมอนุมัติหลักการร่าง พ.ร.บ. โอนงบประมาณรายจ่ายปี 2569 วงเงินกว่า 1 หมื่นล้านบาท เข้าสมทบงบกลาง เพื่อสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินและชำระหนี้ผูกพัน
นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลประชุมครม.นัดพิเศษว่า ที่ประชุมเห็นชอบการรับฟังความเห็น ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ในกรอบวงเงิน 3.788 ล้านล้านบาทแล้ว ซึ่งจะมีการนำเสนอเข้าสู่ประชุมครม.ในสัปดาห์หน้า ก่อนที่จะเห็นชอบร่างพ.ร.บ.และนำส่งสภาผู้แทนราษฎรต่อไป
สำหรับความคืบหน้าพระราชบัญญัติโอนงบประมาณปี 2569 ซึ่งวันนี้สำนักงบประมาณได้สรุปตัวเลขของการโอนงบประมาณทั้งสิ้น 10,300 กว่าล้านบาท โดยขั้นตอนหลังจากนี้จะรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานต่างๆเป็นเวลา 3 วัน ก่อนจะนำกลับมาเสนอต่อนายกรัฐมนตรีในวันจันทร์หน้า (22 มิ.ย.) เพื่อบรรจุร่างฯ ให้ครม.พิจารณาในวันที่ 23 มิ.ย.นี้ หากครม.เห็นชอบก็จะส่งให้สภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาในวันที่ 25 มิ.ย.นี้
ส่วนที่ก่อนหน้านี้ มีการตั้งเป้าว่า เงินจะโอนเข้ามาสูงกว่านี้ เหตุใดเหลือเพียงแค่ 10,300 ล้านบาทเศษ นายภราดร กล่าวว่า จริงๆ รัฐบาลตั้งเป้าไว้สูงพอสมควร หลังจากได้รับการเลือกตั้งกลับมาเมื่อเดือนก.พ. และมีแนวทางโอนงบประมาณหลังจากที่เกิดสถานการณ์วิกฤตที่ตะวันออกกลาง ซึ่งตอนนั้นคิดว่าในช่วง 5 ถึง 6 เดือนสุดท้าย หรือ 2 ไตรมาสสุดท้าย เงินงบประมาณที่ยังใช้ไม่หมดน่าจะมีอยู่เกือบ 1 แสนล้านบาท
"เมื่อได้มีการแจ้งไปตามหน่วย ก็เป็นข้อดีอีกข้อหนึ่ง ที่ทำให้การใช้งบประมาณเกิดการเติบโตมากขึ้นในไตรมาสที่สามอย่างก้าวกระโดด จาก 1 แสนล้านที่คาดเอาไว้ก็ลดลงมาเรื่อยๆ จนสุดท้ายเหลือแค่ 10,300 ล้านบาท"นายภราดร กล่าวขณะที่งบประมาณที่โอนมาจะใช้รับมือกับสถานการณ์ใด นายภราดร ชี้แจงว่า ขณะนี้รัฐบาล มีงบกลางเหลืออยู่ประมาณ 2 หมื่นล้านบาท แต่ยังมีภารกิจที่รัฐบาลต้องนำไปชำระหนี้หลายส่วน เช่น รถไฟฟ้าสายสีส้มที่มีภาระต้องจ่าย รวมถึงภารกิจหลายอย่างที่ยังค้างจ่ายอยู่ และมีหลายส่วนราชการทำเรื่องขอมา ซึ่งอยู่ระหว่างรอการพิจารณานำงบกลางไปใช้ ดังนั้น จึงมีภาระอีกพอสมควร
นายภราดร กล่าวต่อว่า ในส่วนเงิน 10,300 ล้านบาทที่ได้มานี้ จะโอนกลับมาที่งบกลาง และดูถึงความจำเป็นในคำขอใช้งบกลางต่างๆ ที่ขอเข้ามาว่า หน่วยงานใดมีความจำเป็นมากน้อยอย่างไร และอาจต้องเตรียมงบไว้ในกรณีเกิดภัยพิบัติหรือเกิดเหตุที่ไม่คาดคิดในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีงบประมาณ คือ ช่วงก.ค.-ก.ย. 69 จึงต้องเตรียมงบประมาณเอาไว้แก้ไขวิกฤตในช่วงนั้น
ส่วนงบประมาณที่โอนมาไม่เกี่ยวข้องกับการแก้วิกฤติตะวันออกกลางแล้วใช่หรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า ปัญหาตะวันออกกลางได้ใช้พ.ร.ก.กู้เงินไปส่วนหนึ่งแล้ว ทั้งโครงการไทยช่วยไทย และเติมให้กับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่งบกลางส่วนนี้ หากมีหน่วยงานใดจำเป็นต้องใช้ หรือมีผลสืบเนื่องมาจากวิกฤตตะวันออกลาง ก็ยังสามารถมาหยิบงบกลางไปดำเนินการได้
นายภราดร เปิดเผยว่า เงินที่โอนเข้ามางบกลางได้จากหลายหน่วยงานที่มีงบสูงสุด เช่น กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเป็นหลักหลายพันล้านบาท