นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าฯ รฟท.กล่าวว่า ที่ประชุมบอร์ดรฟท.เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. 69 มีมติเห็นชอบการเพิ่มอัตรากำลังจำนวน 2,850 อัตรา เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนพนักงานและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และช่วยลดค่าใช้จ่าย ค่าทำงานล่วงเวลา โดยทบทวนจากเดิม 3,038 อัตรา ซึ่งเป็นอัตราในตำแหน่งที่จำเป็นเร่งด่วนระยะ 5 ปี (68-72)
สำหรับผลศึกษาการเพิ่มอัตรากำลังจำนวน 2,850 อัตรา มีความจำเป็นต่อการรองรับภารกิจและปริมาณงานตามแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของ รฟท. ในช่วงปี 6872 อาทิ
1.การเปิดเดินรถทางคู่ ระยะที่ 1 นครปฐม-ชุมพร, มาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ, ลพบุรี-ปากน้ำโพ (ปี 68 - 69)
2.รับมอบรถตรวจสภาพทาง EM 120 การรับมอบรถสินค้าบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ (บทต.) พร้อมอะไหล่ จำนวน 946 คัน ผลิตและส่งมอบ Lot 1 แผนการอัตรากำลังของช่างฝีมือ ประจำตอนนายตรวจทาง ใช้อัตรากำลังทางเลือกเพิ่มมากขึ้น (ปี 2570)
3.การเปิดเดินรถทางรถไฟสายใหม่ ช่วงบ้านไผ่-นครพนม ช่วงเด่นชัย-เชียงของ ช่วงขอนแก่น-หนองคาย
4.การรับมอบรถดีเซลรางปรับอากาศ จำนวน 184 คัน (Lot 3-4) รับมอบรถสินค้าบรรทุก ตู้คอนเทนเนอร์ (บทต.) จำนวน 946 คัน (Lot 3 ) (ปี 2572)
5.โดยเฉพาะตำแหน่งด้านความปลอดภัยในการเดินรถ ซึ่งเป็นภารกิจสำคัญที่ไม่สามารถทดแทนด้วยเทคโนโลยีหรือการจ้างภายนอกได้อย่างสมบูรณ์
6.บุคลากรดังกล่าวต้องมีความรู้เฉพาะทาง ผ่านการฝึกอบรม และมีประสบการณ์จากการปฏิบัติงานจริง
สำหรับกรอบอัตรากำลัง 2,850 คน จะเป็น 3 กลุ่มหลักที่มีความจำเป็น ได้แก่
1.) กลุ่มพนักงานรถจักร ประกอบด้วย พนักงานขับรถและช่างเครื่อง ปัจจุบันมีจำนวนต่ำทำให้พนักงานทำงานตรากตรำและไม่สามารถใช้ลูกจ้าง หรือทดแทนด้วยเทคโนโลยีได้ และรองรับรถไฟทางคู่สายใหม่ที่แล้วเสร็จด้วย
2.) พนักงานดูแลด้านความมั่นคงปลอดภัยของรถไฟ กลุ่มหัวหน้าคนงาน และด้านช่างโยธา เป็นเจ้าหน้าที่กำกับดูแลระบบทางให้มีความมั่นคงปลอดภัย และรองรับการเปิดให้เอกชนร่วมใช้ราง หรือ Open Access ในอนาคต
3.) กลุ่มพนักงานควบคุมการเดินรถ ในส่วนหัวหน้าผังควบคุมการเดินรถ ซึ่งมีทั่วประเทศ 13 ผัง (1 ผังควบคุม 30-50 สถานี ปัจจุบันมีสถานีทั่วประเทศ 445 สถานี) โดยเป็นการทดแทนพนักงานเกษียณ
นายอนันต์ กล่าวว่า ด้านการเงินกรณีรับพนักงานเพิ่ม 2,850 อัตรา จะเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน พนักงานหมุนเวียนทำงาน มีวันหยุด ลดการเกิดอุบัติเหตุ ลดการสูญเสีย พนักงานตรากตรำน้อยลง ลดการเจ็บป่วย และลดค่าทำงานล่วงเวลา (OT) ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 30-40% ของค่าใช้จ่ายเงินเดือน ลงเหลือ 10% สามารถนำเงินส่วนต่างที่เคยเป็นค่าใช้จ่าย OT ไปใช้เป็นเงินเดือนพนักงานใหม่
โดยจำนวนรวม 2,850 อัตรา เป็นตำแหน่งจำเป็นเร่งด่วนด้านความปลอดภัยในการเดินรถ ครอบคลุมตำแหน่งสำคัญ แบ่งเป็น
- ภารกิจเดิม ปี 2569 จำนวน 1,725 อัตรา แบ่งเป็น พนักงานควบคุมการเดินรถ 23 อัตรา นายสถานี 68 อัตรา พนักงานรถจักร 815 อัตรา วิศวกรรถจักร 21 อัตรา วิศวกรด้านระบบอาณัติสัญญาณ ด้านโยธา และด้านก่อสร้าง 32 อัตรา พนักงานเทคนิคด้านระบบอาณัติสัญญาณ 52 อัตรา พนักงานเทคนิคด้านโยธา 134 อัตรา และช่างฝีมือด้านโยธา 580 อัตรา
- ภารกิจเพิ่ม ปี 2570 จำนวน 341 อัตรา พนักงานควบคุมการเดินรถ 10 อัตรา นายสถานี 43 อัตรา พนักงานบนขบวนรถ 90 อัตรา พนักงานรถจักร 148 อัตรา วิศวกรด้านระบบอาณัติสัญญาณ ด้านโยธา และด้านก่อสร้าง 2 อัตรา พนักงานเทคนิคด้านระบบอาณัติสัญญาณ 18 อัตรา พนักงานเทคนิคด้านโยธา 30 อัตรา
- ภารกิจเพิ่ม ปี 2571 จำนวน 419 อัตรา แบ่งเป็น พนักงานควบคุมการเดินรถ 10 อัตรา นายสถานี 67 อัตรา พนักงานบนขบวนรถ 94 อัตรา พนักงานรถจักร 200 อัตรา พนักงานเทคนิคด้านระบบอาณัติสัญญาณ 18 อัตรา พนักงานเทคนิคด้านโยธา 30 อัตรา
- ภารกิจเพิ่ม ปี 2572 จำนวน 365 อัตรา แบ่งเป็น นายสถานี 61 อัตรา พนักงานบนขบวนรถ 97 อัตรา พนักงานรถจักร 190 อัตรา พนักงานเทคนิคด้านระบบอาณัติสัญญาณ 17 อัตรา
โดยหลังจากนี้ รฟท.จะเร่งทำข้อมูลเพิ่มเติมตามความเห็นของบอร์ดรฟท.คาดว่าจะสรุปและนำเสนอกระทรวงคมนาคมได้ในเดือนก.ค. 69 เพื่อรายงานต่อไปที่สคร. หากมีความเห็นเพิ่มเติมจะนำกลับรายงานบอร์ดรฟท.เพิ่มเติม หากไม่มีความเห็น จะนำรายงานบอร์ดรฟท.เพื่อทราบ และนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาทบทวนมติครม. เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2541 ที่ให้รับพนักงานได้ไม่เกิน 5% ของจำนวนพนักงานที่เกษียณอายุในแต่ละปีเป็นขอรับได้เท่ากับจำนวนที่เกษียณต่อไป
ปัจจุบัน รฟท.มีพนักงานจำนวน 8,215 อัตรา ลูกจ้าง 3,766 อัตรา ขณะที่ก่อนมีมติครม.ปี 2541 ที่ให้รับได้ 5% ของจำนวนเกษียณอายุในปีนั้นๆ รฟท.มีพนักงาน 18,015 อัตรา ลูกจ้าง 4,056 อัตรา จำนวนพนักงานที่ลดลง 10,000 คน โดยอัตราเกษียณอยู่ที่ประมาณ 300 คนต่อปี แต่รับได้เพียง 6 คนเท่านั้น