ผลสำรวจของ Capgemini SA และ RBC Wealth Management แสดงให้เห็นว่ามหาเศรษฐีในเอเชียมีจำนวนแซงหน้าภูมิภาคอื่นๆของโลกเป็นครั้งแรกในปีที่แล้ว ขณะที่วิกฤตหนี้ยุโรปส่งผลให้ความมั่งคั่งโดยรวมลดลง
มหาเศรษฐีในผลสำรวจฉบับนี้ หมายถึงผู้ที่มีสินทรัพย์ที่สามารถนำไปลงทุนได้เป็นมูลค่าอย่างน้อย 1 ล้านดอลลาร์
ผลสำรวจระบุว่า ภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิกมีจำนวนมหาเศรษฐีเพิ่มขึ้น 1.6% แตะระดับ 3.37 ล้านคนในปี 2554 ขณะที่เศรษฐกิจในภูมิภาคดังกล่าวมีการขยายตัวแข็งแกร่งกว่าภูมิภาคที่พัฒนาแล้ว อย่างยุโรปและอเมริกาเหนือ
จีนและญี่ปุ่นเป็นปัจจัยหนุนสำคัญที่สุดต่อความมั่งคั่งที่เพิ่มขึ้นของเอเชีย โดยมีสัดส่วนมหาเศรษฐีราว 70% ของทั้งภูมิภาค
ส่วนจำนวนมหาเศรษฐีในสหรัฐลดลง 1.1% มาอยู่ที่ 3.35 ล้านคนในปีที่แล้ว
ในยุโรปที่เผชิญวิกฤต ความมั่งคั่งที่เพิ่มขึ้นในรัสเซีย เนเธอร์แลนด์และสวิตเซอร์แลนด์ ส่งผลให้จำนวนมหาเศรษฐีในยุโรปเพิ่มขึ้นเป็น 3.17 ล้านคน แต่สินทรัพย์โดยรวมมีมูลค่าลดลง 1.1% สู่ระดับ 10.1 ล้านล้านดอลลาร์
ทั้งนี้ จำนวนมหาเศรษฐีทั่วโลกยังคงทรงตัวที่ราว 11 ล้านคน ขณะที่อเมริกาเหนือยังคงเป็นภูมิภาคที่ร่ำรวยที่สุดในโลก ด้วยมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ 11.4 ล้านล้านดอลลาร์ เทียบกับ 10.7 ล้านล้านดอลลาร์ของภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก ส่วนสหรัฐ ญี่ปุ่นและเยอรมนียังคงเป็นประเทศที่ร่ำรวยที่สุดในโลก ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนกว่าครึ่งหนึ่งของประชากรที่ร่ำรวยทั่วโลก