"กิตติรัตน์"ชี้ปรับค่าแรงไม่ใช่ต้นเหตุปิดกิจการ ยันอนาคตค่าแรงไม่ควรต่ำ

ข่าวเศรษฐกิจ Monday January 7, 2013 17:55 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่าการที่บริษัทปิดกิจการจำนวนมากในขณะนี้เป็นเรื่องจริง โดยมีทั้งบริษัทที่เปิดและเลิก กิจการ และขยายธุรกิจ แต่ถือเป็นภาวะปกติที่เกิดขึ้นตลอดเวลา และยังไม่มีเหตุผลที่เชื่อมโยงมาจากการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ เป็น 300 บาท/วันทั่วประเทศ เนื่องจากการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำนำร่อง 7 จังหวัดเมื่อเดือนเม.ย.55 พบว่า มีกิจการเกินครึ่งมีภาพรวมเป็นบวก คนงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นเมื่อได้รับค่าจ้างที่ดีขึ้น อีกทั้งนายจ้างลดการสูญเสียค่าใช้จ่ายอื่นๆ

ทั้งนี้รัฐบาลก็มีมาตรการสนับสนุนภาคเอกชนให้ประคับประคองเอกชนเดินหน้าธุรกิจต่อไปได้ โดยย้ำว่ารัฐบาลได้เตรียมการล่วงหน้าในการดำเนินงาน ซึ่งรัฐบาลได้ปฎิบัติตามขั้นตอน โดยขั้นตอนแรกผ่านไปได้ดี ขณะนี้อยู่ที่การปฎิบัติงานขั้นที่ 2 และเชื่อว่าจะเป็นไปได้ด้วยดีเช่นกัน

"ข้อกังวลของภาคเอกชนนั้น รัฐบาลพร้อมที่จะสนับสนุนภาคเอกชนเพิ่มเติม นอกจากขยายมาตรการที่มีอยู่เดิม และรัฐบาลพร้อมทำงานกับเอกชนอย่างใกล้ชิด ดังนั้นการเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำส่วนตัวก็ไม่คิดว่าจะทำให้กิจการต่างๆ ต้องหยุดไป" นายกิตติรัตน์ กล่าว

ส่วนที่ฝ่ายค้านออกมาระบุว่า จะมีผู้ใช้แรงงานได้รับผลกระทบจากการปิดกิจการนับ 10 ล้านคนนั้น รองนายกฯ และรมว.คลัง กล่าวว่า เป็นการคาดการณ์ของฝ่ายค้าน แต่ส่วนตัวมั่นใจเพราะการขึ้นค่าแรงงวดแรก อัตราการว่างงานอยู่ที่ร้อยละ 0.9 แต่เมื่อเพิ่มค่าแรงอัตราว่างงานลดลงขณะนี้อยู่ที่ร้อยละ 0.6 และผู้ประกอบการจำนวนหนึ่ง ไม่ได้กังวลว่าจะมีแรงงานพอหรือไม่ ดังนั้นจึงเป็นการมองของฝ่ายค้าน แต่วิธีการทางเศรษฐกิจของรัฐบาลมีความแตกต่างกัน

โดยรัฐบาลเชื่อว่าเป้าหมายระยะยาวไม่ควรที่จะมีค่าจ้างแรงงานในอัตราที่ต่ำ แต่มองเรื่องการลงทุนที่ต่อเนื่องและผู้ประกอบการมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งเห็นว่าไม่อยากให้ผู้ใช้แรงงานเป็นผู้เสียสละ โดยผู้บริหารต้องใช้ความสามารถในการบริหารจัดการองค์การที่ดีขึ้น ก็จะช่วยลดต้นทุนได้


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ