ปิดฉากประชุม รมว.คลัง-ผู้ว่าฯ ธ.กลางอาเซียน ไทยแนะภูมิภาคพึ่งพาตัวเอง สู้ศึกภูมิรัฐศาสตร์รับมือโลกผันผวน

ข่าวเศรษฐกิจ Friday April 17, 2026 15:53 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ปิดฉากประชุม รมว.คลัง-ผู้ว่าฯ ธ.กลางอาเซียน ไทยแนะภูมิภาคพึ่งพาตัวเอง สู้ศึกภูมิรัฐศาสตร์รับมือโลกผันผวน

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 9 -10 เม.ย.69 นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย ได้เข้าร่วมการประชุม รมว.คลัง และผู้ว่าการธนาคารกลางอาเซียน (ASEAN Finance Ministers and Central Bank Governors Meeting: AFMGM) ครั้งที่ 13, การประชุม รมว.คลัง อาเซียน (ASEAN Finance Ministers Meeting: AFMM) ครั้งที่ 30 และการประชุมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยมี รมว.คลังฟิลิปปินส์ และผู้ว่าการธนาคารกลางฟิลิปปินส์ เป็นประธานร่วมของกรอบความร่วมมือการเงินการคลังอาเซียน (ASEAN Finance Track) ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิดหลัก "การนำร่องสู่อนาคตร่วมกัน" (Navigating our Future, Together) โดยมีรายละเอียดการประชุมฯ ดังนี้

1. การประชุม AFMM ครั้งที่ 30 ที่ประชุมได้ติดตามความคืบหน้าของความร่วมมือทางการเงินการคลังอาเซียนในประเด็นต่าง ๆ เช่น ความร่วมมือด้านศุลกากร ความร่วมมือด้านภาษี เป็นต้น ทั้งนี้ ได้หารือถึงความสำเร็จการดำเนินการตามความตกลงยอมรับร่วมผู้ประกอบการเศรษฐกิจที่ได้รับอนุญาตของอาเซียน (ASEAN Authorised Economic Operator Mutual Recognition Arrangement: AAMRA) ซึ่งได้เสริมสร้างความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน ผ่านการลดขั้นตอนและความซ้ำซ้อน ด้วยการยอมรับการรับรองความน่าเชื่อถือด้านความปลอดภัยของผู้ประกอบการระหว่างประเทศสมาชิก และความก้าวหน้าของระบบเชื่อมโยงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ณ จุดเดียว ของอาเซียน (ASEAN Single Window: ASW) ซึ่งจะขยายการเชื่องโยงไปยังประเทศภายนอกอาเซียน

ในการนี้ หัวหน้าคณะผู้แทนไทย กล่าวว่า ณ ปัจจุบัน อาเซียนต้องเผชิญกับความผันผวนเชิงภูมิรัฐศาสตร์ และความเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายของประเทศผู้ให้ความช่วยเหลือ จึงเป็นโอกาสสำหรับอาเซียนที่จะหันมาพึ่งพาตนเองให้มากขึ้น โดยเฉพาะในการดำเนินโครงการต่าง ๆ ภายใต้กรอบ ASEAN Finance Track เพื่อจะได้สามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน โดยไทยได้ยืนยันว่า ไทยพร้อมจะร่วมมือกับประเทศสมาชิก เพื่อขับเคลื่อนการรวมตัวของอาเซียนให้มีความเป็นอิสระ มีความเชื่อมโยง และมีความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้นในระยะยาว

2. การประชุม AFMGM ครั้งที่ 13 ได้เห็นชอบประเด็นสำคัญที่ฟิลิปปินส์ ในฐานะประธานอาเซียน ประสงค์ที่จะผลักดันในปี 2569 (Priority Economic Deliverables for 2026: PEDs) ในด้านการเงินการคลัง ซึ่งประกอบด้วย (1) การสนับสนุนตลาดทุนอาเซียนที่ยั่งยืน (2) การยกระดับความเชื่อมโยงของระบบการชำระเงินระดับภูมิภาคของอาเซียน และ (3) การส่งเสริมสุขภาพทางการเงิน และการเข้าถึงบริการทางการเงิน

ที่ประชุมหารือถึงความสำเร็จของแผนงานประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ค.ศ. 2025 ในภาคการเงิน ซึ่งได้ดำเนินกิจกรรมการยกระดับการรวมตัวทางการเงินอาเซียนแล้วเสร็จกว่า 87.38% ของแผนงาน หรือ 3,379 รายการ นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รับรองแผนการดำเนินงานภาคส่วนด้านการเงินอาเซียน ค.ศ. 2026 - 2030 (ASEAN Finance Sectoral Plan 2026 - 2030) เพื่อต่อยอดจากความสำเร็จดังกล่าว ผ่านแผนยุทธศาสตร์ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ค.ศ. 2026 - 2030 (2026 - 2030 AEC Strategic Plan) ซึ่งจะมีการทบทวนและปรับปรุงอย่างต่อเนื่องระหว่างช่วงการดำเนินงาน เพื่อสร้างอาเซียนที่ "ยืดหยุ่น มีนวัตกรรม มีพลวัต และมีคนเป็นศูนย์กลาง"

3. การประชุมระหว่าง AFMGM กับสถาบันการเงินระหว่างประเทศ ที่ประชุมได้หารือภาพรวมเศรษฐกิจโลกและภูมิภาค ร่วมกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund: IMF) กลุ่มธนาคารโลก (The World Bank Group: WB) และธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank: ADB) โดยเห็นว่า ยังคงมีความไม่แน่นอนสูงจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ และความผันผวนทางการเงิน และเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจ ควบคู่กับการเสริมสร้างวินัยการคลัง และความยืดหยุ่นในระยะยาว

นอกจากนี้ สถาบันการเงินระหว่างประเทศ ได้แสดงความพร้อมสนับสนุนการลงทุนในอาเซียน ทั้งด้านนโยบาย เงินทุน และการพัฒนาโครงการ

ในการนี้ หัวหน้าผู้แทนไทย กล่าวว่า การยกระดับประสิทธิภาพการลงทุนภาครัฐ และการส่งเสริมนวัตกรรมทางการเงิน เป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภูมิภาคสู่ระยะการพัฒนาที่สูงขึ้น โดยจำเป็นต้องมีกรอบวินัยการคลัง และธรรมาภิบาลที่เข้มแข็ง ควบคู่กับการเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนมีบทบาทผ่านกลไกต่าง ๆ เช่น การร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน เป็นต้น

พร้อมกันนี้ หัวหน้าผู้แทนไทย ได้ใช้โอกาสดังกล่าวเชิญชวนประเทศสมาชิก และสถาบันการเงินระหว่างประเทศต่าง ๆ เข้าร่วมการประชุมประจำปีของ IMF และ WB ซึ่งประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม 2569 ณ กรุงเทพฯ ภายใต้แนวคิด "Thailands New Horizons: Empowering People, Building Resilience" เพื่อร่วมกันต่อยอดการหารือในประเด็นสำคัญทางเศรษฐกิจของโลกและภูมิภาคต่อไป

ทั้งนี้ การประชุม AFMM และ AFMGM ครั้งถัดไป มีกำหนดจะจัดขึ้นในปี 2570 โดยมีสาธารณรัฐสิงคโปร์เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ