สภาธุรกิจตลาดทุนไทย เสนอมาตรการลดการเก็งกำไรในตราสารหนี้ระยะสั้น แก้บาทแข็ง

ข่าวเศรษฐกิจ Friday May 3, 2013 18:21 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย ระบุว่า สภาธุรกิจตลาดทุนไทย ไม่เห็นด้วยกับการออกมาตรการที่จะจำกัดการลงทุนในตลาดหุ้น หรือมาตรการจำกัดการลงทุนในตลาดตราสารหนี้ระยะยาว เพราะเชื่อว่าประเทศไทยยังต้องการเม็ดเงินจากนักลงทุนต่างประเทศอีกเป็นจำนวนมากในภาวะที่ประเทศกำลังเข้าสู่ช่วงของการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน และในภาวะที่บริษัทไทยกำลังอยู่ในช่วงของการลงทุนมากยิ่งขึ้น ดังนั้นการไหลเข้าของเม็ดเงินลงทุนในระยะยาวหรือการลงทุนในตลาดทุนจึงเป็นสิ่งที่ดีสำหรับระบบเศรษฐกิจของประเทศ

สำหรับข้อเสนอแนะของสภาธุรกิจตลาดทุนไทยในการแก้ปัญหาค่าเงินบาทแข็งค่า คือ ถ้าหากภาครัฐต้องการที่จะจำกัดการลงทุนที่มีลักษณะการเก็งกำไรระยะสั้น จึงควรกำหนดมาตรการห้ามไม่ให้นักลงทุนชาวต่างประเทศเข้าไปลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอายุเหลือไม่ถึงครึ่งปี หรือ 6 เดือน

"มาตรการดังกล่าวเคยใช้ได้ผลแล้วในต่างประเทศ เช่น ประเทศอินโดนีเซีย เป็นต้น และยังเป็นมาตรการที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยสภาธุรกิจตลาดทุนไทยประเมินว่ามาตรการที่เสนอจะเพียงพอในการดูแลค่าเงินบาทในระยะนี้ ซึ่งจะสามารถทำให้ค่าเงินมีเสถียรภาพมากขึ้น" นายไพบูลย์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ควรสร้างความเข้าใจกับนักลงทุนและประชาชนทั่วไป คือ กรณีเม็ดเงินไหลเข้านั้นจะยังคงดำเนินต่อไปอีกหลายปีเพราะหลายประเทศโดยเฉพาะ สหรัฐอเมริกา ยุโรป และญี่ปุ่น ได้มีการเพิ่มปริมาณเงินเข้ามาในระบบเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของตนเอง ซึ่งคงจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ว่าเม็ดเงินบางส่วนจะไหลเข้ามาในประเทศไทย

“ผมมีความเชื่อมั่นว่าองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลค่าเงิน ไม่ว่าจะเป็น ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือกระทรวงการคลัง น่าจะมีมาตรการที่เตรียมไว้ใช้ในการดูแลค่าเงินอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม สภาธุรกิจตลาดทุนไทย จากความเห็นชอบจากสมาชิกทั้ง 7 องค์กร เชื่อว่ามาตรการที่เสนอมีความเหมาะสมและเพียงพอในการดูแลค่าเงิน และไม่มีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจไทย" นายไพบูลย์ กล่าว

ในวันนี้ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย ซึ่งประกอบด้วยสมาชิก 7 องค์กร ได้แก่ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย สมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย สมาคมบริษัทจัดการลงทุน และสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย มีการประชุมคณะกรรมการและที่ปรึกษา เพื่อเสนอมาตรการที่ใช้ในการแก้ไขปัญหาค่าเงินบาทแข็งค่าในปัจจุบัน

ทั้งนี้ เหตุผลสำคัญที่ทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นในช่วงที่ผ่านมาเกิดขึ้นจากการเข้ามาเก็งกำไรในตราสารหนี้ระยะสั้นของไทยในบางช่วงของนักลงทุนต่างประเทศ ซึ่งมีปริมาณเกือบ 200,000 ล้านบาท (Outstanding) เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2555 ถึง 55,000 ล้านบาท หรือประมาณร้อยละ 23 ของจำนวนตราสารหนี้ทั้งหมดในตลาดตราสารหนี้ไทย สภาธุรกิจตลาดทุนไทย เห็นว่าการแก้ปัญหาค่าเงินบาทแข็งค่าอย่างมีประสิทธิภาพ ภาครัฐควรแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด คือการออกมาตรการที่จะจำกัดการเก็งกำไรของตราสารหนี้ระยะสั้น อย่างไรก็ตาม การออกมาตรการต่าง ๆ ไม่ควรกระทบต่อความเชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจและตลาดทุนโดยรวมของประเทศ นายไพบูลย์ กล่าว


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ