โดยล่าสุดแข็งค่าลงไปอย่างรวดเร็วมาอยู่ที่ 32.68/71 บาท/ดอลลาร์ ซึ่งเป็นการแข็งค่าตามทิศทางเดียวกับค่าเงินสกุลอื่นๆ ในภูมิภาค ประกอบกับเริ่มมีการขายดอลลาร์เพื่อทำกำไรในช่วงนี้กันมาก จากที่ก่อนหน้าที่เงินบาทอ่อนค่าไปมากแล้ว
"เงินบาทวันนี้แข็งค่าตามภูมิภาค สกุลอื่นๆ ตอนนี้กลับมาแข็งค่ากันหมดเมื่อเทียบกับดอลลาร์ คงเป็นเพราะบาทอ่อนค่าไปเยอะ คนที่มี position long ตอนนี้ก็ขาย take profit และทำให้บาทลงมาค่อนข้างเร็ว คนที่เคยซื้อ(ดอลลาร์)ตอนนี้ก็ไม่ค่อยมีแล้ว" นักบริหารเงินกล่าวปัจจัยพื้นฐานตอนนี้ยังคงต้องติดตามสถานการณ์การเมืองภายในประเทศเช่นเดิม แต่นักลงทุนส่วนหนึ่งคลายกังวลลงบ้างแล้วเพราะการชุมนุมผ่านมา 4 วันก็ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น
นักบริหารเงิน คาดว่า วันนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 32.60-32.85 บาท/ดอลลาร์
ล่าสุด SPOT อยู่ที่ 32.7375 บาท/ดอลลาร์ ส่วน THAI BAHT FIX 3M (16 ม.ค.) อยู่ที่ 2.05504% และ THAI BAHT FIX 6M (16 ม.ค.) อยู่ที่ 2.01083%
- ปัจจัยสำคัญ
- เปิดตลาดเช้านี้ เงินเยนอยู่ที่ระดับ 104.32/35 เยน/ดอลลาร์ จากเมื่อวานเย็นที่ระดับ 104.60 เยน/ดอลลาร์
- ส่วนเงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.3614/3617 ดอลลาร์/ยูโร จากเมื่อวานเย็นที่ระดับ 1.3620 ดอลลาร์/ยูโร
- อัตราแลกเปลี่ยนบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท.อยู่ที่ 32.9050 บาท/ดอลลาร์
- นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง อ้างชุมนุมทางการเมืองยืดเยื้อส่งผลกระทบฉุดจีดีพีปีนี้เหลือ 3.1% หวั่นหากวันที่ 2 ก.พ.ไม่สามารถเลือกตั้งได้ตามกำหนดจีดีพีอาจต่ำกว่า 2%
- แบงก์ทยอยประกาศผลการดำเนินงานปี 56 กำไรเติบโตต่อเนื่อง "ไทยพาณิชย์-กสิกรไทย" กำไรโต 28%, 17.20% ตามลำดับ จากทั้งรายได้ดอกเบี้ย-มิใช่ดอกเบี้ยที่เติบโตต่อเนื่อง ส่วนทีเอ็มบีกำไร 5.7 พันล้าน เพิ่มขึ้น 355% ผลจากการปรับปรุงบัญชีของปีก่อน ขณะที่กำไรจากผลการดำเนินงานโต 39%
- สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (16 ม.ค.) หลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่ผันผวน
- เมื่อคืนนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐ เปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 11 ม.ค. ปรับตัวลดลง 2,000 ราย สู่ระดับ 326,000 ราย ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าตัวเลขดังกล่าวจะลดลงสู่ระดับ 328,000 ราย ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าตลาดแรงงานของสหรัฐยังคงแข็งแกร่ง
- ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐในเดือนธ.ค. ปรับตัวขึ้น 0.3% ซึ่งสอดคล้องกับที่ตลาดคาดการณ์ไว้ เพราะได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันเบนซินที่ปรับตัวสูงขึ้น ทั้งนี้อัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับต่ำกว่าเป้าหมาย 2% ของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าการที่เงินเฟ้อยังอยู่ในระดับต่ำ จะช่วยเปิดทางให้เฟดยังคงเดินหน้าตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับใกล้ 0% ต่อไปอีกระยะหนึ่ง
- ตลาดหุ้นเอเชียเคลื่อนไหวอย่างผันผวนในช่วงเช้าวันนี้ โดยดัชนี MSCI Asia Pacific ขยับขึ้นไม่ถึง 0.1% แตะที่ระดับ 139.57 จุด เมื่อเวลา 09.32 น.ตามเวลาโตเกียว เนื่องจากหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ปรับตัวสูงขึ้น แต่หุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นปรับตัวลดลง
- สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้(16 ม.ค.) หลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่ผันผวน รวมถึงจำนวนคนว่างงานรายสัปดาห์ที่ปรับตัวลดลง แต่ดัชนีความเชื่อมั่นของกลุ่มผู้สร้างบ้านปรับตัวลดลง
ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบปรับตัวลงเพียงเล็กน้อย เนื่องจากตลาดยังคงได้รับแรงหนุนจากสต็อกน้ำมันดิบที่ร่วงลงเกินคาดของสหรัฐ โดยสัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.พ.ลดลง 21 เซนต์ ปิดที่ 93.96 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.พ.ที่ตลาดลอนดอน ลดลง 4 เซนต์ ปิดที่ 107.09 ดอลลาร์/บาร์เรล
กระทรวงการคลังสหรัฐ เปิดเผยว่า ผู้ซื้อต่างชาติยังคงเพิ่มสัดส่วนการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐในเดือนพ.ย. โดยต่างชาติในเดือนพ.ย.ได้เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 4.07 ล้านล้านดอลลาร์ จาก 4.05 ล้านล้านดอลลาร์ในเดือนต.ค. ซึ่งนับเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน โดยการถือครองของจีนพุ่งขึ้นแตะระดับสงสุดเป็นประวัติการณ์