นักบริหารเงิน เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ที่ระดับ 32.47/48 บาท/ดอลลาร์ทรงตัวในระดับเดียวกับช่วงปิดตลาดเย็นวานนี้ และเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกับภูมิภาค เนื่องจากยังไม่มีปัจจัยใหม่ที่ส่งผลกระทบต่อตลาดเข้ามา
"ทรงตัวค่อนข้างนิ่งในระดับต่ำกว่า 32.50(บาท/ดอลลาร์) รอปัจจัยใหม่เข้ามา" นักบริหารเงิน
นักบริหารเงิน คาดว่า วันนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 32.40-32.50 บาท/ดอลลาร์เช่นเดิม
"ค่อนข้างเงียบ อาจเพราะยังไม่เห็นทิศทางที่แน่นอน ส่วนใหญ่ตามค่าเงินดอลลาร์ ถ้าดอลลาร์ไม่ขยับ บาทก็ไม่ขยับเท่าไหร่" นักบริหารเงิน กล่าว- ปัจจัยสำคัญ
- เงินเยนอยู่ที่ระดับ 101.58 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเย็นวานนี้ที่ระดับ 101.77 เยน/ดอลลาร์
- เงินยูโรอยู่ที่ระดับ 1.3617 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเย็นวานนี้ระดับ 1.3618 ดอลลาร์/ยูโร
- อัตราแลกเปลี่ยนบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของ ธปท.อยู่ที่ระดับ 32.4660 บาท/ดอลลาร์
- คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลและติดตามผลการดำเนินการของรัฐวิสาหกิจทั้งระบบเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีความเป็นเอกภาพ สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ส่งเสริมและสนับสนุนให้ภาคเอกชนเข้าร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.เป็นประธานกรรมการ
- China Foreign Exchange Trading System(CFETS) รายงานว่า เงินหยวนปรับตัวลดลง 0.05% แตะที่ 6.1543 หยวนต่อดอลลาร์เช้าวันนี้
- สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีน(NBS) เผยบริษัทอุตสาหกรรมรายใหญ่ของจีนมีผลกำไรในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ เพิ่มขึ้น 9.8% เมื่อเทียบรายปี โดยบริษัทอุตสาหกรรมที่มีรายได้ต่อปีมากกว่า 20 ล้านหยวน(3.2 ล้านดอลลาร์) มีผลกำไรรวม 2.28 ล้านล้านหยวนในช่วงเดือน ม.ค.-พ.ค.ซึ่งการขยายตัวของผลกำไรดังกล่าวชะลอลงเล็กน้อย หลังจากปรับตัวขึ้น 10% ในช่วง 4 เดือนแรก
- ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวลดลงในช่วงเช้าวันนี้ หลังจากเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) เผยอาจมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต้นปีหน้า โดยดัชนี MSCI Asia Pacific Index (MXAP) เคลื่อนไหวที่ระดับ 145.49 จุด เมื่อเวลา 9.53 น.ตามเวลาโตเกียว, ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดวันนี้ที่ 15,290.75 จุด ลดลง 17.74 จุด, ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีนเปิดวันนี้ที่ 2,031.91 จุด ลดลง 6.77 จุด, ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดวันนี้ที่ 23,188.48 จุด ลดลง 9.35 จุด, ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันเปิดวันนี้ที่ 9,316.89 จุด ลดลง 4.05 จุด, ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้เปิดวันนี้ที่ 1,990.90 จุด ลดลง 4.15 จุด, ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์เปิดวันนี้ที่ 3,271.86 จุด ลดลง 6.71 จุด และดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซียเปิดวันนี้ที่ 1,889.34 จุด ลดลง 0.63 จุด
- รัฐบาลญี่ปุ่น เผยอัตราว่างงานของญี่ปุ่นในเดือน พ.ค.ปรับตัวลดลงสู่ระดับ 3.5% เทียบกับ 3.6% ในเดือนก่อนหน้า ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในระยะเวลามากกว่า 16 ปี ที่อัตราว่างงานของญี่ปุ่นอยู่ที่ระดับ 3.5% ขณะที่จำนวนตำแหน่งงานว่างได้เพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 18 ติดต่อกัน และเป็นระดับที่ดีที่สุดในรอบราว 22 ปี ทั้งนี้ สัดส่วนตำแหน่งงานต่อจำนวนผู้สมัครงานเพิ่มขึ้นแตะระดับ 1.09 ในเดือน พ.ค. จาก 1.08 ในเดือน เม.ย. ซึ่งหมายถึงมีตำแหน่งงานว่างอยู่ 109 ตำแหน่งที่สามารถรองรับจำนวนผู้หางาน 100 คน
- กระทรวงกิจการภายในและการสื่อสารญี่ปุ่น เผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) พื้นฐานของญี่ปุ่น ซึ่งไม่รวมราคาอาหารสดที่มีความผันผวนนั้น ปรับตัวขึ้น 3.4% ในเดือน พ.ค.จากปีก่อนหน้า อันเป็นผลจากการปรับเพิ่มภาษีบริโภคในเดือน เม.ย.
- ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ หลังจากนายเจมส์ บุลลาร์ ประธานเฟดสาขาเซนต์หลุยส์ ออกมาส่งสัญญาณว่าเฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงต้นปีหน้า ซึ่งข่าวดังกล่าวทำให้นักลงทุนกังวลว่าเฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระยะเวลาที่เร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 16,846.13 จุด ลดลง 21.38 จุด หรือ -0.13%, ดัชนี NASDAQ ปิดที่ 4,379.05 จุด ลดลง 0.71 จุด หรือ -0.02%, ดัชนี S&P500 ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดที่ 1,957.22 จุด ลดลง 2.31 จุด หรือ -0.12%
- ตลาดหุ้นยุโรปปิดขยับลงเมื่อคืนนี้ เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าเฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระยะเวลาที่เร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ หลังการแสดงความเห็นของประธานเฟดสาขาเซนต์หลุยส์ โดยดัชนี Stoxx Europe 600 ขยับตัวลงเกือบ 0.1% ปิดที่ 341.86 จุด, ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 4,439.63 จุด ลดลง 20.97 จุด หรือ -0.47%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดที่ 9,804.90 จุด ลดลง 62.85 จุด หรือ -0.64% ดัชนี FTSE 100, ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,735.12 จุด เพิ่มขึ้น 1.50 จุด หรือ +0.02%
- สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ เนื่องจากตลาดเข้าสู่ระยะพักฐานทางเทคนิค หลังจากสัญญาทองคำพุ่งขึ้นติดต่อกัน 6 วันทำการก่อนหน้านี้ โดยสัญญาทองคำตลาด COMEX(Commodity Exchange) ส่งมอบเดือน ส.ค.ร่วงลง 5.6 ดอลลาร์ หรือ 0.42% ปิดที่ 1,317 ดอลลาร์/ออนซ์ ขณะที่สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือน ก.ย.ลดลง 9 เซนต์ ปิดที่ 21.162 ดอลลาร์/ออนซ์ ส่วนสัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือน ก.ค.ร่วงลง 3.10 ดอลลาร์ ปิดที่ 1470.10 ดอลลาร์/ออนซ์ และสัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือน ก.ย.เพิ่มขึ้น 2.55 ดอลลาร์ ปิดที่ 835.80 ดอลลาร์/ออนซ์
- สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส(WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวลงเมื่อคืนนี้ เนื่องจากตลาดคาดการณ์ว่าการผลิตน้ำมันในอิรักอาจจะไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบภายในประเทศ นอกจากนี้สัญญาน้ำมันดิบยังได้รับแรงกดดันจากข้อมูลเศรษฐกิจที่ซบเซาของสหรัฐ โดยสัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน ส.ค.ลดลง 66 เซนต์ ปิดที่ 105.84 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือน ส.ค.ที่ตลาดลอนดอน ลดลง 79 เซนต์ ปิดที่ 113.21 ดอลลาร์/บาร์เรล
- ดอลลาร์สหรัฐยังคงปรับตัวลงเมื่อเทียบสกุลเงินหลักส่วนใหญ่เมื่อคืนนี้ เนื่องจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐบ่งชี้ถึงภาพรวมเศรษฐกิจที่ซบเซาอย่างต่อเนื่อง โดยค่าเงินยูโรร่วงลงเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 1.3607 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.3629 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์ปรับขึ้นที่ 1.0724 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.6979 ดอลลาร์ ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐลดลงเมื่อเทียบกับเงินเยนที่ระดับ 101.68 เยน จากระดับ 101.85 เยน และปรับขึ้นเมื่อเทียบกับฟรังค์สวิสที่ระดับ 0.8939 ฟรังค์ จากระดับ 0.8928 ฟรังค์ ส่วนค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียปรับตัวขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 0.9408 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.9400 ดอลลาร์สหรัฐ