(เพิ่มเติม1) สนพ.เผยความต้องการใช้ไฟฟ้าช่วงแหล่ง JDA-A18 ปิดซ่อมบำรุงต่ำกว่าประมาณการ 2.3%

ข่าวเศรษฐกิจ Thursday September 1, 2016 15:43 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) และโฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ตามที่แหล่งก๊าซธรรมชาติพื้นที่พัฒนาร่วมไทย – มาเลเซีย เจดีเอ-เอ 18 (JDA-A18) ปิดซ่อมบำรุงประจำปี ระหว่างวันที่ 20 – 31 สิงหาคม 2559 นั้น กระทรวงพลังงานได้รับรายงานจาก การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และ บมจ. ปตท. (PTT) ว่า ผู้ผลิตแหล่งก๊าซในพื้นที่ JDA ดังกล่าว สามารถเริ่มจ่ายก๊าซเข้าสู่ระบบท่อส่งและโรงไฟฟ้าจะนะ ของ กฟผ. ได้ตามปกติแล้ว เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2559 เวลา 18.00 น. ส่งผลให้การผลิตไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างกลับสู่สภาวะปกติ

ทั้งนี้ ในช่วงการปิดซ่อมบำรุงประจำปี โดยความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด หรือ (Peak) พีค เกิดขึ้นเพียง 2,511.3 เมกะวัตต์ เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2559 เวลา 19.07 น. ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต่ำกว่าที่กระทรวงพลังงานประมาณการไว้ ที่ระดับ 2,570 เมกะวัตต์ คิดเป็นร้อยละ 2.3

สรุปสถานการณ์ในช่วงปิดซ่อมบำรุงประจำปีแหล่งก๊าซเจดีเอ-เอ 18 (JDA-A18) ที่ผ่านมา พบว่า การดำเนินงานรับสถานการณ์ในช่วงดังกล่าวได้เป็นไปตามแผนงานของกระทรวงพลังงาน โดยโรงไฟฟ้าจะนะ ได้เปลี่ยนแผนการใช้เชื้อเพลิงจากก๊าซธรรมชาติ เป็นการใช้น้ำมันดีเซล โดยมีการใช้น้ำมันดีเซล รวม 24.1 ล้านลิตร ซึ่งใกล้เคียงกับแผนที่ประเมินไว้ ในส่วนการบริหารจัดการก๊าซเอ็นจีวีเป็นไปตามแผนงานโดยไม่เกิดการขาดแคลน

สำหรับความคืบหน้าการสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ทางภาคใต้นั้น โรงไฟฟ้ากระบี่อยู่ระหว่างรอผลสรุปของไตรภาคี ส่วนโรงไฟฟ้าเทพา ซึ่งถือเป็นมิติใหม่ของสังคมไทย ทั้งนี้ โรงไฟฟ้าใหม่ในภาคใต้มีความจำเป็นเพื่อรองรับการเจริญเติบโตที่จะมีความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 5 ทุกปี เพื่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้าโดยรวมของประเทศ

"กระทรวงพลังงาน มีความมุ่งมั่นและตั้งใจให้ประชาชนทุกพื้นที่ของประเทศมีไฟฟ้าใช้ และไม่ให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงด้านพลังงานของชาติ" นายทวารัฐ กล่าว

นายทวารัฐ กล่าวต่อว่า ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ โรงไฟฟ้าขนอม 1 บล็อก กำลังการผลิตราว 400 เมกะวัตต์จะหยุดเพื่อเปลี่ยนอุปกรณ์ระหว่างวันที่ 1-3 กันยายนนี้ และโรงไฟฟ้าจะนะชุดที่ 1 กำลังการผลิต 730 เมกะวัตต์ จะปิดซ่อมประจำปี ระหว่างวันที่ 8 กันยายน-4 ตุลาคมนี้ ซึ่งในส่วนของการปิดซ่อมโรงไฟฟ้าขนอมนั้น เชื่อว่าจะไม่ต้องใช้น้ำมันเตาทดแทนเพราะเป็นเพียงระยะสั้น แต่ในส่วนของการปิดซ่อมโรงไฟฟ้าจะนะ1 จำเป็นต้องเดินโรงไฟฟ้ากระบี่ โดยใช้น้ำมันเตา รวมทั้งต้องป้อนไฟจากภาคกลางเข้ามาเสริม

ด้านนายสุธน บุญประสงค์ รองผู้ว่าการระบบส่ง ของกฟผ. กล่าวว่า การดูแลระบบไฟฟ้าของภาคใต้ และภาพรวมของประเทศในช่วงที่มีการหยุดจ่ายก๊าซฯจากแหล่งเจดีเอ-เอ 18 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีเหตุขัดข้องเกิดขึ้นแต่อย่างใด ขณะที่ปริมาณการใช้ไฟฟ้าสูงสุดของภาคใต้เติบโตเฉลี่ยมากกว่าร้อยละ 5 ต่อปี และมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงมีความจำเป็นในการจัดหาแหล่งผลิตไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้เพิ่มเติม เพื่อให้ระบบไฟฟ้าภาคใต้มีเพียงพอและมั่นคงในระยะยาว โดยจำเป็นต้องมีการกระจายเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าให้สมดุล ไม่พึ่งพาก๊าซธรรมชาติมากเกินไป

อนึ่ง ช่วงหยุดจ่ายก๊าซฯ เจดีเอ-เอ 18 ภาคใต้มีกำลังผลิตไฟฟ้ารวม 2,448 เมกะวัตต์ เท่านั้น ซึ่งมาจากพลังน้ำ โรงไฟฟ้าเขื่อนรัชชประภา 240 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าเขื่อนบางลาง 48 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าบ้านสันติ 1 เมกะวัตต์ จากน้ำมันดีเซล โรงไฟฟ้าจะนะ (ชุดที่ 1) 655 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าสุราษฎร์ธานี 230 เมกะวัตต์ จากน้ำมันเตา โรงไฟฟ้ากระบี่ 315 เมกะวัตต์ จากก๊าซธรรมชาติอ่าวไทย โรงไฟฟ้าขนอม (ชุดที่ 4) 930 เมกะวัตต์ จากพลังงานหมุนเวียน โรงไฟฟ้า SPP 29 เมกะวัตต์

ขณะที่ภาคใต้มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดในช่วงที่มีการหยุดจ่ายก๊าซฯอยู่ที่ 2,511.3 เมกะวัตต์ ซึ่งมากกว่ากำลังผลิตไฟฟ้าที่มี จึงต้องนำพลังไฟฟ้าผ่านสายส่งเชื่อมโยงจากภาคกลางสู่ภาคใต้อีกบางส่วน เพื่อตอบสนองการใช้ไฟฟ้าของประชาชนภาคใต้ได้อย่างเพียงพอ


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ