ข่าวอินโฟเควสท์
13:20 TPBI จัด 4 กลุ่มธุรกิจใหม่เพิ่มความคล่องตัวและสอดคล้องแผนขยายธุรกิจ พร้อมเดินหน้ายุทธศาสตร์ Transformation   นายสมศักดิ์ บริสุทธนะกุล ประธานเจ้…
13:17 (เพิ่มเติม) RATCH เซ็นกู้ 179 ล้านเหรียญออสเตรเลีย เดินหน้าพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานลม Collector เตรียม COD ปี 63   บมจ.ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง (RAT…
13:08 KTAM เปิดขาย 2 กองตราสารหนี้ไทย-ตปท.อายุโครงการ 1 ปี ตั้งแต่วันนี้ถึง 26 มี.ค.   นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บลจ.กรุงไทย (KTAM) เปิดเ…
13:05 คณะกรรมการสภาผู้แทนฯสหรัฐเชิญซีอีโอ 4 บริษัทเทคโนฯชั้นนำหารือยุติการเผยแพร่วิดีโอความรุนแรง   นายเบนนี ธอมป์สัน ประธานคณะกรรมการด้านความมั่นคงแ…
13:01 TACC ส่งเครื่องดื่มใหม่ลงเซเว่นฯ รับซัมเมอร์ มั่นใจหนุนยอดขายปีนี้โตตามเป้า 15-20%   นายชัชชวี วัฒนสุข ประธานกรรมการบริหาร บมจ. ที.เอ.ซี. คอนซ…

รมว.คลัง มองคำสั่งทรัมป์ลดขาดดุลการค้าสหรัฐพุ่งเป้าจีน เชื่อกระทบถึงไทยไม่มาก

ข่าวเศรษฐกิจ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- จันทร์ที่ 3 เมษายน 2560 12:14:00 น.

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เปิดเผยถึงกรณีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารฉบับใหม่สองฉบับ โดยมีเป้าหมายเพื่อยุติการขาดดุลการค้าว่า ประเทศที่จะได้รับผลกระทบหนักสุดจากกรณีนี้ คือ จีน ขณะที่ไทยน่าจะได้รับผลกระทบค่อนข้างน้อยหรือน้อยมาก เนื่องจากมีบางอุตสาหกรรมของจีนนำเข้าชิ้นส่วนจากไทยเพื่อผลิตสินค้าและส่งออกไปยังสหรัฐฯ เช่น ยางพาราที่นำไปผลิตยางรถยนต์ ซึ่งผลกระทบจะเป็นอย่างไรคงต้องรอผลการเจรจากับสหรัฐก่อน

อย่างไรก็ตาม ในระบบการค้าเสรีเป็นปกติที่บางประเทศจะเกินดุลฯ และบางประเทศจะขาดดุลฯ ซึ่งในส่วนของไทยเองเกินดุลการค้ากับสหรัฐไม่มาก แต่อีกมุมเราขาดดุลกับอีกหลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศหลักของอุตสาหกรรมอิเลคทรอนิคส์และเทคโนโลยีสมัยใหม่ อยู่ที่ว่าโครงสร้างทางการค้าของแต่ละประเทศจะเป็นอย่างไร

"การค้าเสรีก็เป็นแบบนี้ มีเกินดุลบ้างก็มีขาดดุลบ้างอยู่แล้ว แต่เชื่อว่าสุดท้ายทั้ง 16 ประเทศในรายชื่อของสหรัฐฯ จะมีการหรือร่วมกันในลักษณะทวิภาคี มีการหารือกันเป็นคู่เพื่อให้ได้ข้อสรุป"นายอภิศักดิ์ กล่าว

อนึ่ง คำสั่งของประธานาธิบดีสหรัฐฉบับแรก กำหนดให้กระทรวงพาณิชย์ และสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ หรือ ยูเอสทีอาร์ ตรวจสอบ 16 ประเทศที่สหรัฐขาดดุลการค้า ซึ่งในกลุ่มนี้มีประเทศที่สหรัฐขาดดุลการค้าอยู่สูงสุด 6 ประเทศ คือ จีน, ญี่ปุ่น, เยอรมนี, เม็กซิโก, ไอร์แลนด์ และ เวียดนาม ส่วนอีก 10 ประเทศคือ อิตาลี, เกาหลีใต้, มาเลเซีย, ไทย, ฝรั่งเศส, สวิตเซอร์แลนด์, ไต้หวัน, อินโดนีเซีย และ แคนาดา

ส่วนคำสั่งฉบับที่ 2 เป็นการให้อำนาจเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเพื่อการคุ้มครองพรมแดนและศุลกากร (ซีบีพี) ของสหรัฐประเมิน และดำเนินมาตรการลงโทษทางการเงินต่อสินค้าที่ส่งเข้ามาด้วยพฤติกรรมทางการค้าผิดปกติและไม่เป็นธรรม หรือเรียกเก็บภาษีนำเข้าเพื่อตอบโต้การกระทำที่เข้าข่ายการทุ่มตลาด

ด้านนายณรงค์ชัย อัครเศรณี อดีตรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ภาคส่งออกของไทยจะได้รับผลกระทบหรือไม่นั้นยังตอบไม่ได้ คงต้องรอผลการเจรจาร่วมระหว่างไทยกับสหรัฐในวันนี้ว่าจะมีผลออกมาเป็นอย่างไร

ที่ผ่านมาการเจรจาการค้าไทย-สหรัฐมีมาเป็นระยะ แต่เพิ่งมาหยุดลงหลังมี FTA ดังนั้นเป้าหมายใยการเจรจาระหว่างไทย -สหรัฐครั้งนี้เพื่อหาข้อสรุป และสหรัฐเองคงจะตั้งเป้าที่จะเจรจากับประเทศที่ได้ดุล หวังว่าการเจรจาจะเป็นการหารือเพื่อหาข้อสรุป ไม่ใช่หารือเพื่อหาเรื่อง และหวังว่าคณะทำงานที่มาเจรจา USTR จะไม่ทำตามเจตนารมย์ของประธานาธิบดีสหรัฐ มากเกินไป

"ส่วนผลการหารือ ยังเดาไม่ออก แต่หวังว่าจะออกมาในทิศทางที่ดีขึ้น"นายณรงค์ชัย กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง