กรมเชื้อเพลิงฯ เผยรอกพช.สรุปรูปแบบเปิดประมูลแหล่งปิโตรเลียมหมดอายุ แย้มมีโอกาสเป็นไปได้ทั้ง 3 ระบบ

ข่าวเศรษฐกิจ 3 เมษายน พ.ศ. 2560 14:32 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายวีระศักดิ์ พึ่งรัศมี อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กล่าวถึงความคืบหน้าการเปิดประมูลแหล่งสัมปทานที่จะหมดอายุสัญญาในปี 2565-2566 ว่า กรมฯจะประชุมกลุ่มย่อย (โฟกัส กรุ๊ป) ในวันที่ 5 เม.ย.นี้เพื่อศึกษาคัดเลือกแปลงปิโตรเลียมในแต่ละพื้นที่จะใช้ระบบใด จากนั้นจะเสนอรายละเอียดยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.) เพื่อเรียนนายกรัฐมนตรีรับทราบต่อไป

ดังนั้น แหล่งสัมปทานปิโตรเลียมที่จะหมดอายุสัญญาในปี 2565-2566 ทั้งแหล่งเอรารัณและบงกชจะใช้ระบบใดในการเปิดประมูลนั้น จะต้องรอข้อสรุปดังกล่าวก่อน ซึ่งอาจมีโอกาสเป็นไปได้ทั้ง 3 ระบบ ทั้งระบบสัมปทาน ,ระบบแบ่งปันผลผลิต (PSC) และระบบรับจ้างผลิต (SC) เพราะหากในช่วงแรกเลือกระบบ PSC แต่สุดท้ายแล้วไม่มีผู้เข้าร่วมประมูล ก็อาจต้องเปลี่ยนระบบ

ขณะเดียวกันในวันที่ 10 เมษายนนี้ กรมฯจะนำเรื่องกฎกระทรวงเกี่ยวกับ PSC เข้าคณะกรรมการปิโตรเลียม จากนั้นจะเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และคณะรัฐมนตรี(ครม.) ต่อไป ส่วนระบบ SC กรมฯจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายนนี้

ขณะที่ทีโออาร์การเปิดประมูลแหล่งสัมปทานเอราวัณและบงกช ปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษา จะเข้าคณะกรรมการปิโตรเลียมภายในสิ้นเดือนเมษายนนี้ จากนั้นจะเสนอ ครม.รับทราบภายในเดือนมิถุนายนนี้ ดังนั้นคาดว่าในช่วงต้นเดือนกรกฎาคมนี้ จะสามารถเปิดประมูลได้ ซึ่งกรมฯจะคัดเลือกบริษัทที่มีคุณสมบัติเข้าร่วมประมูล และมีสิทธิ์เข้าดูข้อมูลแหล่งสัมปทานได้ คาดจะได้ผู้ชนะการประมูลในเดือนธันวาคมนี้

อย่างไรก็ตาม กรมฯจะคัดเลือกบริษัทที่จะเข้ามาร่วมประมูล ซึ่งจะต้องเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ด้านการผลิตปิโตรเลียม เนื่องจากเงื่อนไขการประมูลจะเน้นการผลิตปิโตรเลียมที่ต่อเนื่อง ดังนั้น จะต้องเป็นบริษัทที่มีประสบการณ์ โดยยืนยันว่าไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้ผู้รับสัมปทานรายเดิม ทั้งกลุ่มเชฟรอนและบมจ.ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (ปตท.สผ.) เนื่องจากเป็นการแจ้งทั่วไปทั้งในและต่างประเทศ แต่ต้องการให้แหล่งเอราวัณและบงกชกลับมาผลิตให้เร็วที่สุดหลังหมดอายุสัญญาในปี 2565-2566 โดยคาดว่าหากเป็นผู้รับสัมปทานรายเดิมชนะการประมูล จะเริ่มกลับมาผลิตได้ตามปกติภายในปี 2567-2568 แต่หากเป็นผู้รับสัมปทานรายใหม่ คงต้องใช้ระยะเวลา คาดว่าจะเป็นปี 2570-2571

ส่วนกำลังการผลิตแหล่งเอราวัณและบงกช กำลังการผลิตรวมอยู่ที่ 2,160 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน แบ่งเป็นเอราวัณ กำลังการผลิต 1,280 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน และบงกช 880 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน โดยคิดเป็น 2 ใน 3 ของกำลังการผลิตก๊าซในอ่าวไทย ดังนั้นจึงต้องการให้ทั้งสองแหล่งกลับมาผลิตให้เร็วที่สุดภายหลังหมดอายุสัญญา ซึ่งมีความกังวลว่าภายหลังปี 2564-2565 กำลังการผลิตจาก 2 แหล่งจะเริ่มลดลงมาก แต่กรมฯเตรียมความพร้อมเพื่อนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) เข้ามาทดแทน

สำหรับการเปิดประมูลปิโตรเลียมรอบใหม่ จำนวน 29 แปลงนั้น คาดว่าจะดำเนินการหลังการเปิดประมูลแหล่งปิโตรเลียมที่จะหมดอายุทั้ง 2 แหล่งเสร็จสิ้น

“การเปิดประมูลสัมปทานรอบใหม่ 29 แปลง จะดำเนินการหลังจากการเปิดประมูล 2 แหล่งเสร็จสิ้นไปแล้ว ดังนั้นหากการเปิดสัมปทานแหล่งเอราวัณและบงกช ไม่มีปัญหาอะไร และเสร็จภายในปี 2560 ก็น่าจะเปิดสัมปทาน 29 แปลงได้ภายในปี 2561"นายวีระศักดิ์ กล่าว


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ