(เพิ่มเติม1) "วิษณุ"ถกสภาวิศวกร-สถาปนิก หนุนแนวคิดให้วิศวกรไทยมีส่วนร่วมรถไฟไทย-จีน,รมว.คมนาคมเร่งเสนอเข้าครม.ให้ทันมิ.ย.

ข่าวเศรษฐกิจ Monday June 19, 2017 18:07 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการเชิญเลขาธิการสภาสถาปนิกและเลขาธิการสภาวิศวกร เข้าหารือถึงการดำเนินการโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีนในวันนี้ว่า เป็นการหารือถึงข้อกังวลแต่ละฝ่าย ซึ่งตนเองก็จะมีเรื่องที่จะสอบถาม ซึ่งก่อนหน้านี้เคยได้พูดคุยกันมาแล้ว ก่อนที่จะมีการออกคำสั่งตามมาตรา 44

ส่วนข้อเรียกร้องที่ให้วิศวกรของไทย เข้าไปมีส่วนร่วมกับวิศวกรจีนนั้น นายวิษณุ มองว่า เป็นข้อเสนอที่ดีและสามารถทำได้ โดยคำสั่งตามมาตรา 44 นั้น เป็นคำสั่งตามกรอบนโยบายหรือกฎหมาย แต่ในส่วนของรายละเอียด จะต้องอยู่ในส่วนของการทำสัญญา ซึ่งข้อกังวลใดๆ ผู้ที่ไปทำสัญญาต้องรับทราบ และทุกฝ่ายก็รับทราบถึงข้อกังวล และข้อกังวลบางส่วนก็จะถูกเขียนไว้ในสัญญาอยู่แล้ว

"วันนี้กำลังพิจารณาว่าสัญญาดังกล่าว เป็นสัญญาที่ต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญและนำเข้าสู่ที่ประชุมของสภานิติบัญญัติหรือไม่ ซึ่งหากต้องนำเข้าสู่การพิจารณา ก็พร้อมที่จะดำเนินการ" นายวิษณุ กล่าว

ด้านนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า หลังจากได้หารือกับสภาสถาปนิกเกี่ยวกับคำสั่งมาตรา 44 โครงการความร่วมมือรถไฟ ไทย-จีน หรือโครงการรถไฟความเร็วสูง กรุงเทพ-นคราชสีมาแล้ว ทางกระทรวงคมนาคมจะพยายามเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.)ได้ทันภายในเดือนมิ.ย.นี้ โดยได้สอบถามสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) แล้วว่าจะเรียกประชุมวาระพิเศษเพื่อพิจารณาเรื่องนี้ให้ทันเสนอครม.

นายธเนศ วีระศิริ นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) กล่าวภายหลังหารือกับนายวิษณุว่า วิศวกรรมสถานฯได้เสนอให้ทางรัฐบาลระบุไว้ในสัญญา ว่าจะต้องมีการถ่ายโอนเทคโนโลยีอย่างเป็นระบบ จึงอยากให้มีวิศวกรไทยเข้าไปมีส่วนร่วม โดยนายวิษณุก็ได้รับข้อเสนอดังกล่าว พร้อมทั้งจะนำไปเสนอกับนายกรัฐมนตรีและที่ประชุมคณะรักษารักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ในวันพรุ่งนี้

โดยในส่วนของวิศวกรรมสถานฯ จะทำหน้าที่เป็นองค์กรกลาง ในการหารือร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสถาบันการศึกษาเพื่อรวบรวมข้อเสนอทั้งหมดส่งมายังรัฐบาล โดยข้อเสนอที่วิศวกรรมสถานฯเห็นว่าควรมีการถ่ายโอนข้อมูล เช่นการออกแบบ การวางระบบราง เรื่องการทดสอบระบบ เป็นต้น

ทั้งนี้ โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเป็นสิ่งที่ดี แต่ก็มีความจำเป็นที่ไทยควรต้องเรียนรู้ เพราะหากในอนาคตการก่อสร้างโครงการแล้วเสร็จ ก็จะต้องมีการบำรุงรักษาในระยะยาว ดังนั้น วิศวกรไทยอาจจะเข้าไปทำหน้าที่ตรงจุดนี้ได้ หรือแม้แต่ในอนาคต หากทางวิศวกรไทยมีการเรียนรู้ได้อย่างครบวงจร ก็สามารถที่จะดำเนินการก่อสร้างได้เอง


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ