ทปอ.ผลักดัน"บางแสน-หาดใหญ่"นำร่องโครงการ Smart City Innovation Hubs เทียบ"ฟุกุโอกะ"

ข่าวเศรษฐกิจ Wednesday September 13, 2017 15:41 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายอักฤทธิ์ สังข์เพ็ชร ผู้จัดการโครงการ Smart City Startup Development เปิดเผยว่า ที่ประชุมอธิการดี (ทปอ.) เตรียมยกระดับเมืองอัจฉริยะต้นแบบ “บางแสน” และ “หาดใหญ่” สู่เมืองในฝันกลุ่มสตาร์ทอัพ เทียบชั้น ”ฟุกุโอกะ” ประเทศญี่ปุ่น พัฒนาศักยภาพเศรษฐกิจโดยรอบโตอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ โครงการ Smart City Innovation Hubs ภายใต้โครงการ Innovation Hubs เพื่อสร้างเศรษฐกิจฐานรากนวัตกรรมของประเทศตามนโยบายประเทศไทย 4.0 เกิดขึ้นภายใต้แนวคิดความร่วมมือของสถาบันการศึกษาในทปอ. ที่จะส่งเสริมและกระตุ้นให้นำงานวิจัยและพัฒนาด้านเมืองอัจฉริยะออกมาเป็นผู้ประกอบการใหม่ทางด้านเมืองอัจฉริยะ ซึ่งจะทำงานใกล้ชิดกับ Smart City Innovation Hubs ตามภูมิภาคต่างๆ ในการคัดสรรนวัตกรรมด้านเมืองอัจฉริยะ สนับสนุนให้ผู้ประกอบการใหม่มีความเข้มแข็งและเพิ่มอัตราความประสบความสำเร็จในธุรกิจ โดยมีระยะเวลาดำเนินโครงการ 5 ปี เริ่มตั้งแต่ปี 2560-2564 โดยมีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เป็นผู้ดำเนินโครงการ

ทั้งนี้ โครงการฯ ได้ร่วมมือกับ “บางแสน" จ.ชลบุรี และ“หาดใหญ่"จ.สงขลา เป็นเมืองต้นแบบเมืองอัจฉริยะ เนื่องจากเป็นเมืองที่มีการเจริญเติบโต ประกอบกับโครงการมีเครือข่ายนักวิจัยในพื้นที่ สามารถสร้างเป็นเมืองต้นแบบทางนวัตกรรมได้ โดยบางแสนและหาดใหญ่จะกลายเป็นเมืองในฝันของ Start up ที่จะเป็นเมืองไฮเทคโดยอัตโนมัติ เหมือนกับเมืองฟุกุโอกะของประเทศญี่ปุ่น หรือบางเมืองในต่างประเทศที่สตาร์ทอัพเข้ามา

“การพัฒนาสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะของบางแสนและหาดใหญ่ จะส่งผลให้การลงทุนในพื้นที่ในจังหวัดเติบโตมากยิ่งขึ้น และส่งผลขยายการค้าและการลงทุนไปสู่จังหวัดอื่นๆ ได้ต่อไป โดยประชาชนที่อาศัยอยู่ในเมืองอัจฉริยะทั้ง 2 เมืองนี้จะได้รับการพัฒนาและนำพาสู่วิถีชีวิตที่ดีขึ้นทั้งในเรื่องเทคโนโลยีที่นำความเจริญมาสู่เมือง การค้า การลงทุน หรืการบริการ โดยภาครัฐบาลให้การสนับสนุนความพร้อมในทุกด้านที่จะช่วยยกระดับให้ความเจริญต่างๆ นำมาสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะ"นายอักฤทธิ์ กล่าว

สำหรับการดำเนินโครงการ “Smart City Startup Development" จะต้องมีการพัฒนาทั้งผู้ประกอบการและผู้บริหารเมืองให้เกิดความเข้าใจทั้งด้านเทคนิค การเงิน การวางนโยบาย รวมถึงออกแบบแนวทางการนำไปใช้ให้เหมาะสมกับพื้นที่ โครงการฯ จึงออกแบบให้มีการพัฒนาทั้งภาคอุปสงค์ (เมืองต้นแบบ) และอุปทาน (ผู้ประกอบการใหม่) เพื่อขับเคลื่อนกลไกทั้งด้านการพัฒนาและการใช้นวัตกรรมให้เกิดต้นแบบการใช้งานที่มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จและขยายไปใช้ได้ทั่วประเทศ โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือ นักวิจัยและนักพัฒนาที่สร้างนวัตกรรมด้านเมืองอัจฉริยะและต้องการเป็นผู้ประกอบการรายใหม่ รวมถึงประชาชนในเมืองอัจฉริยะ ภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องกับเมืองอัจฉริยะและผู้บริหารเมืองอัจฉริยะ

"ในปี 60 มีจำนวนเมืองต้นแบบอัจฉริยะที่สนใจในการใช้บริการหรือผลิตภัณฑ์ด้านเมืองอัจฉริยะ จำนวน 2 พื้นที่ และจำนวนนักลงทุนหรือหน่วยงานที่สนใจในการลงทุนในผู้ประกอบการรายใหม่ด้านเมืองอัจฉริยะจำนวน 10 ราย โดยผู้ประกอบการรายใหม่สามารถสร้างนวัตกรรมที่ตอบสนองความต้องการของเมืองได้อย่างแท้จริง และมีความพร้อมในด้านต่างๆ โดยการพัฒนาเมืองอัจฉริยะจะเป็นไปอย่างเป็นรูปธรรม ยั่งยืน ครบวงจรมากขึ้น"

นายณรงค์ชัย คุณปลื้ม นายกเทศมนตรีเมืองแสนสุข จ.ชลบุรี กล่าวว่า เรื่องของ Smart City ก่อนหน้านี้เทศบาลเมืองแสนสุขได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในพื้นที่ จัดทำโครงการแสนสุข สมาร์ท ซิตี้ มุ่งเน้นเป็นเมืองอัจฉริยะสำหรับผู้สูงวัย เพื่อดูแลคุณภาพชีวิตของผู้สูงวัย โดยนำเทคโนโลยีมาช่วยให้ชีวิตความเป็นอยู่ของผู้อาศัยในเมืองดีขึ้น และช่วยให้นักท่องเที่ยวที่มาเยือนมีประสบการณ์ที่ดีขึ้น นอกจากนี้ยังมุ่งหวังนำเสนอสิ่งอำนวยความสะดวกที่เป็นระบบอัจฉริยะแก่ชุมชนและนักท่องเที่ยว ซึ่งเริ่มโครงการนำร่องเมื่อเดือนมกราคม ปีที่ผ่านมา จำนวน 30 ครัวเรือน ตั้งเป้าจะดูแลครอบคลุม 150 ครัวเรือนภายใน 3 ปี หลังจากนี้ยังมีโครงการอื่นๆ อาทิ สมาร์ท ซีเคียวริตี้ การทำให้เมืองมีความปลอดภัยมากขึ้น และสมาร์ท ทัวริซึ่ม การท่องเที่ยวที่ดีขึ้น ซึ่งจะทำให้บางแสนเป็นเมืองที่แสนสุขสำหรับทุกคน ทั้งคนอาศัยอยู่ในพื้นที่และสำหรับนักท่องเที่ยวอย่างแท้จริง


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ