กกพ.ตรึงค่า ft งวด พ.ค.-ส.ค.61 ที่ -15.90 สต./หน่วย ท่ามกลางแนวโน้มราคาก๊าซขาขึ้น

ข่าวเศรษฐกิจ 9 มีนาคม พ.ศ. 2561 13:47 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายวีระพล จิรประดิษฐกุล กรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ในฐานะโฆษก กกพ. เปิดเผยว่า กกพ.มีมติตรึงราคาค่าเอฟที สำหรับปัจจัยที่มีผลกระทบต่อราคาเชื้อเพลิงและการผลิตไฟฟ้าในช่วงเดือน พ.ค. – ส.ค. 61 ดังนี้ 1. อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นจากประมาณการที่ใช้คำนวณค่า Ft ในช่วง ม.ค. – เม.ย. 61 จาก 33.32 บาท/ดอลลาร์ เป็น 32.05 บาท/ดอลลาร์ 2. ความต้องการพลังงานไฟฟ้าในช่วงเดือน พ.ค. – ส.ค. 61 เท่ากับ 67,334 ล้านหน่วย ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดือน ม.ค. – เม.ย. 61 เท่ากับ 5,136 ล้านหน่วย คิดเป็น 8.26% 3. สัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงการผลิตไฟฟ้าในช่วงเดือน พ.ค. – ส.ค. 61 ยังคงใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลัก 60.50% รองลงมาเป็นรับซื้อไฟฟ้าจากลาว 13.23% ลิกไนต์ 8.80% และ ถ่านหินนำเข้า 8.69%

งวด พ.ค. – ส.ค. 61 ไว้ที่ -15.90 สตางค์/หน่วย เท่ากับงวด ม.ค. – เม.ย. 61 แม้ว่าในช่วงเดือน พ.ค. – ส.ค. 61 ค่าเชื้อเพลิงทุกชนิด ได้แก่ ก๊าซธรรมชาติ น้ำมันเตา และถ่านหิน มีแนวโน้มสูงขึ้น โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติที่ปรับตัวสูงถึง 12.51 บาทต่อล้านบีทียู และค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มแข็งค่าอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ค่าเอฟทีในส่วนของเชื้อเพลิงสูงขึ้น 3.77 สตางค์/หน่วย แต่เนื่องจากมีเงินสะสมมาตั้งแต่กลางปี 2560 อยู่จำนวนหนึ่ง จึงนำมาช่วยตรึงราคาค่าเอฟทีในงวดนี้ ไว้ที่ -15.90 สตางค์/หน่วย และเก็บไว้ส่วนหนึ่งไปช่วยพยุงค่าเอฟทีในงวดเดือน ก.ย. – ธ.ค. 61 ไม่ให้สูงขึ้นมากจนเกินไปเพื่อช่วยบรรเทาภาระผู้ใช้ไฟฟ้า

4. แนวโน้มราคาเชื้อเพลิง คาดว่าราคาก๊าซธรรมชาติรวมค่าผ่านท่อ อยู่ที่ 262.02 บาทต่อล้านบีทียู ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากงวดที่ผ่านมา 12.51 บาทต่อล้านบีทียู ราคาน้ำมันเตา 18.06 บาทต่อลิตร ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.89 บาทต่อลิตร ราคาน้ำมันดีเซลอยู่ที่ 22.30 บาทต่อลิตร ลดลง 0.06 บาทต่อลิตร ราคาถ่านหินนำเข้าเฉลี่ยของโรงไฟฟ้าเอกชนอยู่ที่ 2,460.36 บาทต่อตัน ปรับเพิ่มขึ้น 32.87 บาทต่อตัน และราคาลิกไนต์ กฟผ. อยู่ที่ 693 บาทต่อตัน ไม่เปลี่ยนแปลง

สำหรับค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนตามนโยบายของภาครัฐในส่วน Adder และ FiT ในเดือน พ.ค. – ส.ค. 61 ได้ปรับเพิ่มจาก 14,494 ล้านบาทในงวดเดือน ม.ค. – เม.ย. 61 มาอยู่ที่ 14,570 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 76 ล้านบาท ประกอบกับประมาณการจำนวนหน่วยไฟฟ้าในงวดเดือน พ.ค. – ส.ค. 61 เพิ่มขึ้นจากช่วงปัจจุบัน

ดังนั้น เมื่อเทียบเป็นอัตราต่อหน่วยแล้วจะทำให้ค่าใช้จ่ายดังกล่าวในงวดเดือน พ.ค. – ส.ค. 61 ซึ่งอยู่ที่ 23.70 สตางค์/หน่วย ลดลงจากงวด ม.ค. – เม.ย. 61 ซึ่งอยู่ที่ 25.58 สตางค์/หน่วย ประมาณ 1.88 สตางค์/หน่วย

นายวีระพล กล่าวว่า จากการตรึงค่าเอฟทีเรียกเก็บงวดเดือน พ.ค. – ส.ค. 61 ที่ -15.90 สตางค์/หน่วย จะมีผลทำให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยผู้ใช้ไฟฟ้าทุกประเภทอยู่ที่ 3.5966 บาทต่อหน่วย (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ