ข่าวอินโฟเควสท์
13:34 จนท.เผย"ทรัมป์-คิม"จะไม่เจรจาประเด็นถอนทหารสหรัฐออกจากคาบสมุทรเกาหลีระหว่างซัมมิตที่เวียดนาม   เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลสหรัฐเปิดเผยว่า นายโ…
13:29 (เพิ่มเติม) GLOW ทำสัญญาขายโรงไฟฟ้า โกลว์ เอสพีพี 1 ให้ BGRIM มูลค่า 3.30 พันลบ.   บมจ.โกลว์ พลังงาน (GLOW) แจ้งว่า บริษัท โกลว์ จำกัด ซึ่งเป็น…
13:27 บอร์ด WP ตั้ง"ชมกมล พุ่มพันธุ์ม่วง"รักษาการ CEO แทน"กนกศักดิ์ ปิ่นแสง"มีผลตั้งแต่ 21 ก.พ.   บมจ.ดับบลิวพีเอ็นเนอร์ยี่ (WP) เปิดเผยว่า ที่ประชุม…
13:24 ภาวะตลาดหุ้นโตเกียว: นิกเกอิปิดลบ 38.72 จุด เหตุวิตกเศรษฐกิจโลกชะลอตัว   ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดลบในวันนี้ โดยลดลงเป็นวันแรกหลังบวกต่อเน…
13:18 เกาหลีใต้เผยหนี้สินภาคครัวเรือนแตะระดับสูงเป็นประวัติการณ์ในปี 2561   ธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) เปิดเผยในวันนี้ว่า หนี้สินภาคครัวเรือนของเกาหลี…

ไทยเชื่อมั่นAPECเป็นกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่มีศักยภาพในการขับเคลื่อน ศก.โลกให้เติบโตอย่างมั่นคง มั่งคั่งและครอบคลุม

ข่าวเศรษฐกิจ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- อาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายน 2561 11:07:00 น.

วันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เข้าร่วมประชุมผู้นำเอเปค ซึ่งแบ่งเป็น 2 ช่วง คือช่วงที่ 1 (Retreat I) หัวข้อ "การเชื่อมโยงเพื่อการเจริญเติบโตที่ครอบคลุมผ่านอนาคตทางดิจิทัล" (Connecting for Inclusive Growth through Digital Future)และช่วงที่ 2 ( Retreat II ) หัวข้อ "การบูรณาการทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาคและอนาคตของเอเปค (Regional Economic Integration and APEC’s Future) โดยนายกรัฐมนตรีได้เสนอแนวทางต่อประเด็นดังกล่าว และการดำเนินนโยบายของรัฐบาลไทยที่สอดรับกับ Digital Economy สรุปดังนี้

นายกรัฐมนตรีได้ย้ำความสำคัญของดิจิทัล ซึ่งจะเป็นตัวเร่งการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุมในภูมิภาคเอเปค และเปิดโอกาสให้ทุกเขตเศรษฐกิจเอเปคก้าวหน้าไปพร้อมกัน และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ไทยเชื่อมั่นว่า เอเปคเป็นกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่มีประโยชน์และมีศักยภาพที่จะเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกให้เติบโตอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และครอบคลุม ไทยเสนอ 3 แนวทางในการกระชับความร่วมมือและรักษาบทบาทนำ ดังนี้

ประการแรก เอเปคควรแสดงความเป็นหนึ่งเดียวในการสนับสนุนระบบการค้าพหุภาคีที่ยึดถือระบบกฎเกณฑ์ภายใต้องค์การการค้าโลก (WTO) ซึ่งไทยเชื่อมั่นว่า ระบบการค้าพหุภาคีมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างสภาพแวดล้อมระหว่างประเทศที่มีเสถียรภาพ เป็นธรรม และคาดการณ์ได้ อันจะนำมาซึ่งผลประโยชน์ต่อทุกเขตเศรษฐกิจ โดยสมาชิกเอเปคสามารถร่วมหารือถึงแนวทางที่เหมาะสมในการเพิ่มประสิทธิภาพของ WTO ให้เป็นกลไกที่ทุกเขตเศรษฐกิจสามารถปฏิบัติตามได้อย่างเท่าเทียม ทั้งนี้ ไทยสนับสนุนนโยบายการค้าเสรีอย่างต่อเนื่องในทุกระดับ เพื่อเป็นหนทางไปสู่การจัดตั้งเขตการค้าเสรีเอเชีย-แปซิฟิก (Free Trade Area of the Asia-Pacific - FTAAP)

ประการที่สอง เอเปคควรกระชับความร่วมมือเพื่อให้เกิดความเชื่อมโยงที่แท้จริงในภูมิภาค โดยนายกรัฐมนตรีได้เสนอแนวคิดการส่งเสริมความเชื่อมโยงภายในอนุภูมิภาค เพื่อนำไปสู่การเชื่อมโยงทางการค้า การลงทุนและการพัฒนาที่ยั่งยืนระหว่างอนุภมิภาคต่างๆในระดับที่ใหญ่ขึ้น

ประการที่สาม ผลักดันให้เอเปคมีบทบาทนำในการขับเคลื่อนการใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลที่เติบโตอย่างรวดเร็ว รวมทั้งให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยี และการพัฒนาความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ซึ่งจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล โดยนายกรัฐมนตรีหวังว่า สมาชิกเอเปคจะสนับสนุนให้ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์เป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญของวาระการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลของเอเปค

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้เสนอแนวคิด Rebalancing APEC เพื่อให้เอเปคต่อยอดความสำเร็จของเป้าหมายโบกอร์ และปรับสมดุลสู่ความร่วมมือในอนาคต โดยเห็นว่า วิสัยทัศน์ใหม่ของเอเปคหลังปี 2563 ควรส่งเสริมการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของ UN โดยเฉพาะการส่งเสริมอุตสาหกรรมและสังคมที่ยั่งยืนและมีนวัตกรรม ในขณะเดียวกัน การกระชับความร่วมมือระหว่างเอเปคและองค์การที่มีเจตนารมณ์คล้ายคลึงกันเพื่อผลประโยชน์ร่วมกันในวงกว้างถือเป็นเรื่องสำคัญที่สมาชิกควรยึดเป็นนโยบายต่อไปด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง