รมว.วัฒนธรรม เผยผู้อ่านหนังสือ-นักเขียน-รง.กระดาษ-ร้านหนังสือได้รับประโยชน์จากมาตรการลดหย่อนภาษีเมื่อซื้อหนังสือ

ข่าวเศรษฐกิจ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2561 11:00 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า จากกรณีที่ประชุม ครม. เห็นชอบมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมเกษตร ชมชุนและทุนมนุษย์ ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ระหว่างวันที่ 15 ธ.ค. 2561 - 16 ม.ค.2562 ระยะเวลา 1 เดือน เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศและเป็นของขวัญปีใหม่ให้แก่ประชาชน สำหรับมาตรการภาษีฯ ครอบคลุมสินค้า 3 ประเภท 1.ยางล้อรถยนต์ ยางล้อรถจักรยานยนต์ และยางล้อรถจักรยาน 2.หนังสือและอีบุ๊ค (หนังสือที่อยู่ในรูปแบบของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์) และ 3.สินค้าจากโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (โอทอป) ที่ได้ลงทะเบียนกับกรมการพัฒนาชุมชน ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด

โดยในส่วนกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) ได้ร่วมกับสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทยจัดทำโครงการ "อ่านสร้างชาติ ซื้อหนังสือ ลดหย่อนภาษีได้" เพื่อสร้างแรงจูงใจให้คนไทยซื้อหนังสือเป็นของขวัญในช่วงเทศกาลปีใหม่และเพื่อกระตุ้นธุรกิจหนังสือให้ฟื้นตัวตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ซึ่งจะมีผู้ได้รับประโยชน์จากมาตรการดังกล่าวทุกภาคส่วน อาทิ ผู้อ่านหนังสือ นักเขียน โรงงานกระดาษ และร้านหนังสือ

สำหรับหลักฐานและเอกสารประกอบการยื่นหักลดหย่อนภาษีเมื่อซื้อหนังสือและอีบุ๊ค ได้แก่ ใบเสร็จรับเงินหรือใบกำกับภาษี เนื่องจากหนังสือเป็นกลุ่มสินค้าที่ไม่เสียภาษี ดังนั้นบางร้านหนังสืออาจจะไม่อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ให้ใช้ใบเสร็จรับเงินที่มีชื่อผู้ซื้อโดยระบุชื่อ นามสกุลเต็ม พร้อมระบุเลขบัตรประจำประชาชน ผู้ค้า ชื่อสินค้า ราคาและวันที่มาใช้ประกอบในการยื่นขอหักลดหย่อนภาษี ทั้งนี้ใบเสร็จรับเงินที่ใช้เป็นหลักฐานในการยื่นขอลดหย่อนภาษีในประเภทของกลุ่มหนังสือและอีบุ๊ค ไม่จำเป็นต้องออกโดยคอมพิวเตอร์สามารถเป็นใบเสร็จรับเงินที่เป็นลายมือเขียนได้ แต่ขอให้มีข้อมูลครบถ้วนตามระเบียบที่กระทรวงการคลังประกาศไว้

"เป็นเรื่องที่น่ายินดีเพราะถือว่าเป็นครั้งแรกที่กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) กระทรวงการคลัง และสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย ร่วมมือกันผลักดันเรื่องดังกล่าว เพื่อส่งเสริมให้คนไทยซื้อและอ่านหนังสือเพิ่มขึ้น รวมทั้งให้หนังสือเป็นของขวัญในช่วงเทศกาลปีใหม่ เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ที่มีเป้าหมายสำคัญ เพื่อพัฒนาคนในทุกมิติและทุกช่วงวัยให้เป็นคนดี คนเก่งและมีคุณภาพ รวมทั้งเป็นพลเมืองดีของชาติ และมีทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 11 และมีนิสัยรักการเรียนรู้และการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต ที่สำคัญเป็นการขับเคลื่อนแผนแม่บทส่งเสริมวัฒนธรรมการอ่านเพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ พ.ศ. 2560-2564 ซึ่งเป็นแผนแม่บทฉบับแรกในการสร้างสังคมไทยสู่สังคมการอ่าน การเรียนรู้และการพัฒนาตนเอง"

เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ