ที่ประชุมปลัดกระทรวงศก.อาเซียนเห็นพ้อง 13 ประเด็น เตรียมเสนอที่ประชุมรมต.ศก.อาเซียนต้นเม.ย.นี้

ข่าวเศรษฐกิจ 14 มีนาคม พ.ศ. 2562 12:21 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ที่ประชุมปลัดกระทรวงศก.อาเซียนเห็นพ้อง 13 ประเด็น เตรียมเสนอที่ประชุมรมต.ศก.อาเซียนต้นเม.ย.นี้

นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยผลการประชุมคณะทำงานระดับสูงว่าด้วยการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจของอาเซียน (High Level Task Force on ASEAN Economic Integration : HLTF-EI) ครั้งที่ 35 ซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 12-13 มีนาคม 2562 ณ กรุงเทพฯ โดยเป็นการประชุมระดับปลัดกระทรวงเศรษฐกิจของอาเซียนว่า ได้ข้อสรุปในประเด็นสำคัญที่จะช่วยส่งเสริมการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจของอาเซียนให้มีประสิทธิภาพ ดังนี้

1. เห็นชอบประเด็นเศรษฐกิจ 3 ด้าน 13 ประเด็น ที่ไทยเสนอให้อาเซียนร่วมกันดำเนินการให้สำเร็จในปี 2562 เนื่องจากเห็นว่าเป็นประเด็นที่มีความสำคัญ และสอดรับกับทิศทางการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจการค้าโลกในปัจจุบัน โดยเฉพาะเรื่องการรับมือกับอนาคต ความเชื่อมโยง และความยั่งยืน และเห็นชอบให้เสนอประเด็นที่ไทยผลักดัน 3 ด้าน 13 ประเด็น ต่อที่ประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน ที่จะจัดขึ้นในเดือนเมษายนนี้ ณ จังหวัดภูเก็ต

2. เตรียมความพร้อมอาเซียนในการรับมือกับยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม ครั้งที่ 4 (4IR) เนื่องจาก 4IR จะสร้างโอกาสและความท้าทายแก่สมาชิกอาเซียน จึงจำเป็นที่อาเซียนต้องเตรียมการรับมือ โดยเฉพาะการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรรองรับ 4IR โดยไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะกรรมการรายสาขาด้านเศรษฐกิจของอาเซียน ในเดือนกรกฎาคม 2562 เพื่อเตรียมแนวทางการรับมือของอาเซียนในเรื่องนี้ต่อไป

3. พัฒนาการบริหารจัดการกฎระเบียบของอาเซียน โดยเฉพาะกฎระเบียบที่มิใช่ภาษี เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการค้าระหว่างอาเซียน เช่น ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ความโปร่งใสของข้อมูลการใช้กฎระเบียบ

4. ให้ปรับปรุงกลไกการทำงานภายในอาเซียนให้สอดรับกับสถานการณ์ในปัจจุบัน และสามารถรับมือกับประเด็นใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นได้ เช่น ขยายขอบเขตอำนาจหน้าที่ขององค์กรรายสาขา ให้ครอบคลุมถึงการดำเนินงานในเรื่องที่เป็นประเด็นคาบเกี่ยว

5. ให้คณะทำงานที่เกี่ยวข้องของอาเซียนหารือกัน และศึกษาถึงประโยชน์และผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการที่ประเทศคู่ค้าของอาเซียนเสนอประเด็นใหม่ๆ เข้ามาเจรจาในเอฟทีเอ เพื่อใช้กำหนดท่าทีร่วมกันเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเจรจาจัดทำเอฟทีเอ กับประเทศนอกภูมิภาคในอนาคต ซึ่งอาจมีประเด็นใหม่ๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น ทรัพย์สินทางปัญญา พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์และการค้าดิจิทัล แรงงาน สิ่งแวดล้อม เป็นต้น

นายบุณยฤทธิ์ กล่าวว่า ในการประชุมครั้งนี้ ได้เห็นพ้องกันว่าบรรยากาศการค้าระหว่างประเทศขณะนี้ และการทำงานขององค์การการค้าโลก (WTO) ที่ผ่านมา จำเป็นอย่างยิ่งที่อาเซียนจะต้องร่วมแสดงบทบาทเพื่อให้ WTO ยังคงเป็นองค์กรที่ธำรงไว้ซึ่งการเสริมสร้างระบบการค้าพหุภาคีที่ไม่เลือกปฏิบัติ รักษาความเป็นธรรม และการค้าเสรี ซึ่งที่ประชุมขอบคุณไทยในฐานะประธานอาเซียนที่ได้ร่วมมือกับ WTO จัดการสัมมนาเรื่อง "การปฏิรูปองค์การการค้าโลก: มุมมองของอาเซียน (WTO Reform: Perspectives for ASEAN Countries)" ในวันที่ 14-15 มีนาคม 2562 โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากทั้ง WTO และประเทศต่างๆ อาทิ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น จีน และแคนาดาเข้าร่วม เพื่อเป็นก้าวสำคัญที่จะนำไปสู่การจัดทำท่าทีร่วมของอาเซียนภายใต้เรื่อง WTO Reform ต่อไป

สำหรับประเด็นเศรษฐกิจ 3 ด้าน 13 ประเด็น ได้แก่ 1) การเตรียมอาเซียนรับมืออนาคต เช่น การจัดทำแผนการดำเนินงานด้านดิจิทัล การจัดทำแผนงานด้านนวัตกรรม การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพื่อรองรับ 4IR การส่งเสริมการใช้ดิจิทัลในผู้ประกอบการรายย่อย 2) ความเชื่อมโยง เช่น การเชื่อมโยงระบบศุลกากรอิเล็กทรอนิกส์ ณ จุดเดียวของอาเซียน (ASEAN Single Window) ให้ครบทั้ง 10 ประเทศสมาชิกอาเซียน การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหาร และ 3) การสร้างความยั่งยืนในทุกมิติ เช่น การส่งเสริมการประมงที่ยั่งยืน การจัดตั้งศูนย์เครือข่ายวิจัย และการพัฒนาพลังงานเชื้อเพลิงชีวภาพและพลังงานชีวภาพในอาเซียน เป็นต้น

ทั้งนี้ การค้าระหว่างไทยกับอาเซียนปี 2561 มีมูลค่าการค้ารวม 113,934 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 13% จากปี 2560 โดยไทยส่งออกไปอาเซียนในปี 2561 มูลค่า 68,437 ล้านเหรียญสหรัฐ และนำเข้าจากอาเซียน มูลค่า 45,497 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่งผลให้ไทยเกินดุล 22,940 ล้านเหรียญสหรัฐ ปัจจุบันการส่งออกของไทยไปอาเซียน คิดเป็นสัดส่วน 27% ของการส่งออกทั้งหมดของไทย


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ