ข่าวอินโฟเควสท์
00:15 ตำรวจญี่ปุ่นหลายพันนายตรึงกำลังโตเกียว รับมือฝูงชนต้อนรับจักรพรรดิองค์ใหม่   รัฐบาลญี่ปุ่นเตรียมส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายพันนายเข้าตรึงกำลังเพื่อ…
23:23 บอนด์ยีลด์สหรัฐปรับตัวลง ท่ามกลางความกังวลเศรษฐกิจเยอรมนี   อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวลงในวันนี้ ขณะที่นักลงทุนซื้อพันธบัตรในฐานะส…
23:11 ราคาทองฟื้นตัวจากนิวโลว์ 4 เดือน หลังดอลลาร์,ตลาดหุ้นชะลอตัว   ราคาทองปรับตัวขึ้นในวันนี้ จากการชะลอตัวของดอลลาร์ และตลาดหุ้น ส่งผลให้ราคาทองสา…
22:43 ดอลลาร์ปรับตัวแคบในกรอบ 111 เยน จับตาประชุมรมว.คลังสหรัฐ-ญี่ปุ่น   ดอลลาร์ปรับตัวในช่วงแคบในกรอบบนของ 111 เยน ขณะที่นักลงทุนจับตาการประชุมรัฐมน…
22:26 ราคาน้ำมัน WTI ร่วงหลุด 66 ดอลลาร์ หลังสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐพุ่งเกินคาด   สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้า WTI ร่วงหลุดระดับ 66 ดอลลาร์ในวันนี้ หลังสต็อกน้…

นักเศรษฐศาสตร์ เตือนไทยเดินหน้าลงทุนโครงสร้างพื้นฐานต่อเนื่องแม้การเมืองหลังเลือกตั้งยังไม่แน่นอน

ข่าวเศรษฐกิจ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พุธที่ 20 มีนาคม 2562 18:46:48 น.

นายวินเซนต์ มิลตัน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) กล่าวในงานสัมมนาหัวข้อ "แนวโน้มของเศรษฐกิจและการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทยหลังเลือกตั้ง" ว่า ความไม่แน่นอนทางการเมืองเป็นปัจจัยถ่วงการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาวของประเทศไทยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่ราบรื่นน่าจะช่วยสนับสนุนแนวโน้มการลงทุนและการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทย  ซึ่งก็จะเป็นปัจจัยบวกที่จะช่วยให้ตลาดทุนของประเทศไทยมีการพัฒนาการไปในทิศทางที่ดีต่อไป

ด้านนายบุรินทร์ อดุลวัฒนะ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ ทีมเศรษฐกิจและกลยุทธ์ ธนาคารกรุงเทพ (BBL) กล่าวว่า ประเทศไทยน่าจะดำเนินการลงทุนในระดับสูงเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าสภาวะทางการเมืองในประเทศอาจจะยังมีความไม่แน่นอนหลังจากการเลือกตั้ง ทั้งนี้เพื่อช่วยยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศและเพิ่มศักภาพในการเติบโตของเศรษฐกิจในระยะปานกลาง

ในปี 62 เศรษฐกิจไทยน่าจะยังคงเติบโตได้ที่ระดับ 3.8% แม้ภาวะเศรษฐกิจโลกอาจจะชะลอตัว อย่างไรก็ตามความเสี่ยงต่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทยมีมากขึ้น จากปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวเนื่องมาจากข้อพิพาททางการค้าระหว่างประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศจีน

นายโอบบุญ ถิรจิต ผู้อำนวยการฝ่ายจัดอันดับเครดิตภาคอุตสาหกรรมของฟิทช์ กล่าวว่า การลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทย โดยเฉพาะในระบบขนส่งมวลชนทางราง (rail mass transit) ยังคงอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยประเทศไทยมีระยะทางของระบบการส่งมวลชนทางรางเฉลี่ยที่ประมาณ 10 กิโลเมตรต่อประชากร 1 ล้านคน สำหรับกรุงเทพฯ ในขณะที่ประเทศสิงค์โปร์มีระยะทางเฉลี่ยที่ประมาณ 30 กิโลเมตรและกรุงกัวลาลัมเปอร์มีระยะทางเฉลี่ยที่ประมาณ 50 กิโลเมตร

ฟิทช์คาดว่าการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทั้งในระบบการขนส่งมวลชน ระบบขนส่งทางราง ระบบขนส่งทางถนน  สนามบิน และท่าเรือ น่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า เพื่อช่วยลดความแตกต่างดังกล่าวให้น้อยลง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง