ข่าวอินโฟเควสท์
17:37 รัฐบาลญี่ปุ่นเล็งควบคุมบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ หวั่นเอาเปรียบผู้ขายสินค้าออนไลน์   แหล่งข่าวเปิดเผยในวันนี้ว่า คณะทำงานเรียกร้องให้รัฐบาลญี่ปุ่…
15:58 จีนเผยการค้าและการลงทุนกับญี่ปุ่นขยายตัวต่อเนื่องในไตรมาสแรก   กระทรวงพาณิชย์จีนเปิดเผยข้อมูลบ่งชี้ว่า จีนและญี่ปุ่นมีการขยายตัวด้านการค้าและกา…
15:06 จีนพิจารณากฎหมายจ่ายเงินชดเชยให้กับผู้เสียหายจากการฉีดวัคซีน   จีนวางแผนที่จะออกกฎหมายเกี่ยวกับการจ่ายเงินชดเชยให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบร้ายแรง…
13:00 เกิดเหตุระเบิดบริเวณสถานีตำรวจในเมืองดาเวาของฟิลิปปินส์   สื่อท้องถิ่นรายงานว่า เกิดเหตุระเบิดขึ้นที่บริเวณสถานีตำรวจในเมืองดาเวา ทางตอนใต้ของฟ…
11:11 "รอสเนฟท์"เตือน เล็งห้าม"รอยเตอร์"ในรัสเซียทำข่าวช่วยเวเนซุเอลาเลี่ยงการคว่ำบาตรของสหรัฐ   รอสเนฟท์ ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของรัสเซีย เปิ…

เลขาฯ EEC เชื่อปีนี้มีเม็ดเงินไม่น้อยกว่า 3 แสนลบ.เข้า EEC คาดดัน GDP โตเพิ่ม

ข่าวเศรษฐกิจ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- ศุกร์ที่ 22 มีนาคม 2562 11:10:48 น.

นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการ คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) หรือบอร์ด EEC คาดว่า ในปี 62 นี้จะมีมูลค่าลงทุนในการขอรับส่งเสริมการลงทุนจากโครงการที่เกี่ยวเนื่องกับ EEC ไม่น้อยกว่า 3 แสนล้านบาท เชื่อว่าจะช่วยผลักดันอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย (GDP) ในปีนี้ให้เพิ่มขึ้น

"ตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป EEC จะสร้างการลงทุนไม่น้อยกว่า 3 แสนล้านบาท/ปี สร้างงานใหม่ไม่น้อยกว่า 1 แสนอัตรา/ปี ทำให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 2% และลดการเหลื่อมล้ำระหว่างคนกรุงเทพกับคนใน EEC ที่สำคัญคือ เป็นการปรับโครงสร้างประเทศไทยสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 ที่ใช้เทคโนโลยีมาช่วยสร้างรายได้ และการดำรงชีวิตของประชาชนทุกคน" นายคณิศ ระบุ

หลังจากการขับเคลื่อนผ่านการลงทุนใน 10 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายมีผลดีกว่าเป้าหมายที่วางไว้ เห็นได้ชัดจากมูลค่าการขอรับส่งเสริมการลงทุนที่เพิ่มขึ้นกว่า 200% ซึ่งส่งผลให้ภาพรวมเศรษฐกิจของไทยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมามีแนวโน้มที่ดีขึ้น โดย GDP มีการขยายตัวเพิ่มขึ้นจาก 3.3% ในปี 59 มาเป็น 4.2% ในปี 61 และการลงทุนเอกชนขยายตัวเป็นบวก 3 ปีติดต่อกัน

ในส่วนการขับเคลื่อนผ่านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 5 โครงการ ได้แก่ โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน,  โครงการศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานสนามบินอู่ตะเภา (MRO), โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก,  โครงการท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 และ โครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 มูลค่าประมาณ 6.5 แสนล้านบาท คาดว่าจะได้เอกชนร่วมทุนครบ โดยเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติในเดือน เม.ย.นี้

นายคณิศ ยังกล่าวถึงภารกิจเร่งด่วนใน 1 ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นการทำงานปีที่ 3 ของ EEC  ใน 5 เรื่อง จะเร่งรัดการลงทุนใน 10 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย 5 แสนล้านบาท ใน 5 ปี ซึ่งจะสร้างงานใหม่ รายได้ดี ไม่น้อยกว่า 4.5 แสนตำแหน่งให้กับเยาวชนไทย รวมทั้งเพิ่มการลงทุนเพื่อยกระดับความสามารถดูแลประเทศด้วยการลงทุนในอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและการศึกษา, ประสานการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล พัฒนาธุรกิจด้าน IOT และ start-up, สานต่อการค้าทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อยกระดับรายได้เกษตรกร เทคโนโลยี และการท่องเที่ยว

รวมทั้งการเดินหน้ายกระดับพื้นฐานด้านการพัฒนาเชิงพื้นที่ โดยเฉพาะผังการใช้ที่ดิน การศึกษา งานวิจัยและเทคโนโลยี สาธารณสุข สิ่งแวดล้อม ปัจจัยพื้นฐาน น้ำ พลังงาน

การจัดวางแนวทางการพัฒนาพื้นที่พิเศษที่เป็นเขตเทคโนโลยีและเมืองอัจฉริยะ ด้วยการประสานงานให้ EECi และ EECd เป็นไปตามแผนงาน, วางแนวทางการพัฒนาเมืองอัจฉริยะที่แหลมฉบัง และเกาะสำคัญ (เกาะสีชัง เกาะช้าง เกาะเสม็ด) และสร้างระบบการกำกับดูแลการพัฒนาของมหานครการบินภาคตะวันออก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง