ข่าวอินโฟเควสท์
01:17 เฟดมีมติคงดอกเบี้ยตามคาด ขณะส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยปีนี้   คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติ 9 1 เสียงในการคงอัตรา…
01:05 สื่อเผย"แอปเปิล"เตรียมโยกการผลิตออกจากจีน หวังหนีสงครามการค้า   นิตยสาร Nikkei Asian Review เปิดเผยว่า บริษัทแอปเปิล อิงค์ ได้แจ้งให้ซัพพลายเออ…
00:32 สหรัฐหวังบรรลุข้อตกลงลดภาษีสินค้าเกษตรกับญี่ปุ่นในเวลาไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า   นายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) กล่าวแสดงความหวั…
00:18 คณะสืบสวนได้ข้อสรุป MH17 ถูกขีปนาวุธรัสเซียยิงตกจากยูเครน ขณะตั้งข้อหาฆาตกรรม 4 ราย   คณะสืบสวนนานาชาติแถลงในวันนี้ว่า ชาวรัสเซีย 3 คน และชาวยู…
23:36 เจ้าหน้าที่สามารถกู้ระบบไฟฟ้าของสถานีรถไฟนิวเจอร์ซี ส่งผลการเดินทางกลับสู่ภาวะปกติ   เจ้าหน้าที่สามารถกู้ระบบไฟฟ้าที่สถานีรถไฟนิวเจอร์ซี ส่งผลใ…

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองแนวโน้มหนี้ครัวเรือนในปี 62 ทรงตัวใกล้เคียงปี 61 จากภาพรวมเศรษฐกิจชะลอ ปชช.ระวังการก่อหนี้ใหม่

ข่าวเศรษฐกิจ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- ศุกร์ที่ 29 มีนาคม 2562 18:00:14 น.

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีในปี 2562 อาจทรงตัวในกรอบประมาณ 77.5-79.5% ต่อจีดีพี จากระดับ 78.6% ต่อจีดีพีในปี 2561 โดยภาพรวมเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มเติบโตในอัตราที่ชะลอลงในปีนี้ เมื่อผนวกกับภาระหนี้ของครัวเรือนที่น่าจะเพิ่มขึ้นจากผลของการก่อหนี้ก้อนใหญ่ (หนี้บ้านและหนี้รถ) ที่มีผลผูกพันหลายปีนับจากวันที่ก่อหนี้ อาจมีผลทำให้ครัวเรือนหลายส่วนใช้ความระมัดระวังเพิ่มมากขึ้นในการก่อหนี้ก้อนใหม่

สำหรับประเด็นในระยะข้างหน้า ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า สัญญาณอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยที่มีโอกาสทรงตัวที่ระดับ

1.75% ตลอดช่วงที่เหลือของปีอาจมีส่วนช่วยลดทอนแรงกดดันจากทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้นต่อครัวเรือนที่มีภาระหนี้ลงมาบางส่วน ในขณะที่ยังต้องติดตามมาตรการด้านเศรษฐกิจภายใต้การดำเนินการของรัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งคาดว่า น่าจะเข้ามาช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพและดูแลแก้ไขปัญหาด้านรายได้-ภาระหนี้ ของครัวเรือนโดยเฉพาะครัวเรือนในกลุ่มที่มีรายได้น้อย

ทั้งนี้ ภาพรวมหนี้ครัวเรือนในปี 2561 กลับมาเพิ่มขึ้นในอัตราที่เร็วกว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจซึ่งทำให้สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพี ขยับขึ้นไปที่ 78.6% ในปี 2561 จาก 78.3% ในปี 2560 โดยยอดคงหนี้ครัวเรือนของไทยเติบโตขึ้น 6.0 % สูงกว่าอัตราการเติบโตของมูลค่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจของประเทศ (Nominal GDP) ซึ่งอยู่ที่ 5.6%

โดยในไตรมาส 4/61 หนี้ครัวเรือนของไทยขยับสูงขึ้นมาอยู่ที่ 12.827 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าถึง 2.2% QoQ ต่อเนื่องจากที่ขยับขึ้น 1.5% QoQ ในไตรมาส 3/2561 โดยแม้ครัวเรือนส่วนใหญ่จะเป็นหนี้หรืออาจจะมีการใช้บริการสินเชื่อจากสถาบันการเงินเพื่อรองรับการจับจ่ายใช้สอยที่เพิ่มขึ้นในช่วงไตรมาสสุดท้ายของแต่ละปีตามผลของปัจจัยด้านฤดูกาล มากกว่าช่วงอื่นๆ แต่คงต้องยอมรับว่า ในไตรมาส 4/61 ที่ผ่านมา มีปัจจัยเฉพาะซึ่งก็คือ การปรับเกณฑ์การกำหนดการวางเงินดาวน์สำหรับการซื้อบ้าน (มาตรการ LTV ใหม่) ที่มีผลทำให้ครัวเรือนบางกลุ่มเร่งตัดสินใจก่อหนี้เพื่อซื้อที่อยู่อาศัย ก่อนที่มาตรการ LTV ใหม่จะมีผลบังคับใช้ในเดือนเม.ย. 2562

อย่างไรก็ดี คงต้องยอมรับว่ากว่าครึ่งหนึ่งของหนี้ที่ครัวเรือนรับภาระเพิ่มขึ้นนั้นก่อให้เกิดสิทธิความเป็นเจ้าของในทรัพย์สิน เช่น ซื้อบ้าน-ซื้อรถ และขยายธุรกิจ ในท้ายที่สุด ขณะที่สัดส่วนการก่อหนี้เพื่อการอุปโภคบริโภค (ที่ไม่มีหลักประกัน) ทั้งในส่วนหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลยังอยู่ในระดับที่ไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับภาพรวมของยอดคงค้างหนี้ครัวเรือนทั้งหมด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง