ข่าวอินโฟเควสท์
01:16 ญี่ปุ่นเผยยอดผู้เสียชีวิตจากไต้ฝุ่นฮากิบิสเพิ่มเป็น 74 ราย บาดเจ็บกว่า 200 ราย   ทางการญี่ปุ่นเปิดเผยในวันนี้ว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากพายุไต้ฝุ่นฮ…
00:59 จีนยืนยันเริ่มซื้อสินค้าเกษตรสหรัฐ ขณะเตรียมเร่งซื้อจำนวนมากขึ้น   นายเกิง ชวง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวว่า จีนได้เริ่มซื้อสินค้าเกษตรจ…
00:33 อินโดฯประกาศห้ามบินสำหรับเครื่องบินโบอิ้ง 737NG หลังพบรอยร้าว   กระทรวงคมนาคมอินโดนีเซียประกาศห้ามบินสำหรับเครื่องบินโบอิ้ง 737NG จำนวน 3 ลำ หล…
00:15 ตำรวจอินโดฯสกัดแผนโจมตีของกลุ่มก่อการร้ายพัวพัน IS ในวันที่ 20 ต.ค.   ตำรวจอินโดนีเซียระบุว่า เจ้าหน้าที่สามารถสกัดแผนการโจมตีของกลุ่มก่อการร้า…
23:18 บอนด์ยีลด์สหรัฐไร้ทิศทาง จับตาคืบหน้าสหรัฐ-จีนเจรจาการค้า   อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวไร้ทิศทางในวันนี้ ขณะที่นักลงทุนยังรอความชัด…

TMB มองแนวโน้มค่าเงินบาทช่วงที่เหลือปีนี้ยังแข็งค่าคาดแตะ 31.16 ท่องเที่ยวหนุน-เกินดุลการค้า-เงินทุนไหลเข้า

ข่าวเศรษฐกิจ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- ศุกร์ที่ 19 เมษายน 2562 14:49:08 น.

TMB Analytics ประเมินเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นในช่วงที่เหลือของปีแตะระดับ 31.16 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้น 4% จากสิ้นปีก่อน ปัจจุบัยหนุนมาจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ การคาดการณ์ดุลการค้าที่ยังคงเป็นบวก และการดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายมากขึ้นของธนาคารกลางหลักของโลก

อย่างไรก็ตาม ค่าเงินบาทอาจผันผวนเพิ่มขึ้นในช่วงที่เหลือของปีจากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง โดยปัจจัยที่จะกดดันให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นมากที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้นรายรับจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่คิดเป็นเกือบ 40% ของดุลการชำระเงินทั้งหมด โดยคาดว่าในปีนี้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะสูงถึง 40.4 ล้านคน หรือขยายตัวกว่า 5.5% จากตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เริ่มกลับมาขยายตัวได้ดีหลังเหตุการณ์เรือฟีนิกซ์ล่มที่ภูเก็ตเมื่อกลางปีที่แล้ว และมีแนวโน้มขยายตัวได้ต่อเนื่องแม้ตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนในเดือน ก.พ.62 จะต่ำลงเมื่อเทียบกับฐานที่สูงจากปีก่อน

อีกทั้ง ดุลการค้าที่คาดว่าจะยังคงเกินดุลต่อเนื่อง รวมมูลค่ากว่า 2.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จะเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เงินบาทแข็งค่าขึ้น ถึงแม้ว่าการส่งออกจะขยายตัวลดลงจากการชะลอของเศรษฐกิจโลกแต่การนำเข้าอาจชะลอมากกว่าจากปัจจัยการลงทุนในประเทศที่รอความชัดเจนจากรัฐบาลใหม่ในช่วงครึ่งปีหลัง โดยคาดว่าการนำเข้าจะชะลอลงจาก 12.5% ในปีก่อนเหลือเพียง 2% ในปีนี้

นอกจากนี้ TMB Analytics คาดว่า ถึงแม้ว่าไทยจะยังมีความเสี่ยงด้านการเมืองแต่ในช่วงที่เหลือของปีจะมีเงินทุนจากนักลงทุนต่างชาติไหลเข้าสุทธิ เนื่องจากธนาคารกลางของเศรษฐกิจหลักเริ่มปรับท่าทีต่อการดำเนินนโยบายการเงินจากเดิมที่จะเข้มงวดมากขึ้นกลายเป็นผ่อนคลายมากขึ้น จากสาเหตุความกังวลเศรษฐกิจโลกชะลอตัวและความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ เช่น สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีนที่ยังไม่ได้ข้อสรุป Brexit ที่ยังยืดเยื้อโดยเพิ่งขยายเวลาเส้นตายออกไปเป็นสิ้นเดือน ต.ค.62 และการเจรจาการค้าทวิภาคีระหว่างสหรัฐฯกับญี่ปุ่น และสหรัฐฯกับยุโรปที่กำลังจะเริ่มขึ้น

ประกอบกับพื้นฐานทางด้านต่างประเทศของไทยยังแข็งแกร่ง โดยเฉพาะดุลการชำระเงินที่ยังคงเกินดุล และเงินทุนสำรองระหว่างประเทศที่ล่าสุดสูงถึง 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

อย่างไรก็ดี เงินทุนไหลเข้าจากต่างประเทศอาจมีความอ่อนไหวต่อความเสี่ยงในช่วงที่เหลือของปี ส่งผลให้ค่าเงินบาทอาจผันผวนมากขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังจากค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นและอาจเผชิญความความผันผวนที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงที่เหลือของปี ผู้ประกอบการรวมถึงนักลงทุนควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของค่าเงินที่เหมาะสม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง