ข่าวอินโฟเควสท์
17:04 "หัวเว่ย" ยืนยันแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟนยังใช้งานได้ต่อไป   บริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยี่ ผู้ผลิตอุปกรณ์เครือข่ายรายใหญ่ของจีนเปิดเผยว่า บริษัทจะยังคงเป…
16:09 ภาวะตลาดหุ้นฮ่องกง: ฮั่งเส็งปิดร่วง 158.85 จุด เหตุวิตกสงครามการค้าสหรัฐ-จีน   ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดวันนี้ปรับตัวลดลง เนื่องจากนักลงทุ…
16:07 Infineon ผู้ผลิตชิปสัญชาติเยอรมันร่วมวงประกาศหยุดส่งชิปให้ "หัวเว่ย"   Nikkei Asian Review รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวภายในว่า บริษัท Infineon ซึ่งเ…
15:00 ภาวะตลาดหุ้นจีน: เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดลบ 30.86 จุด หลังยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีสหรัฐพากันแบนหัวเว่ยตามคำสั่งรัฐบาล   ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีน…
14:46 ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของสหรัฐประกาศระงับทำธุรกิจกับ "หัวเว่ย" ตามคำสั่งรัฐบาล   บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของสหรัฐทยอยระงับการทำธุรกิจกับบริษัทหัวเว่ย …

TMB มองแนวโน้มค่าเงินบาทช่วงที่เหลือปีนี้ยังแข็งค่าคาดแตะ 31.16 ท่องเที่ยวหนุน-เกินดุลการค้า-เงินทุนไหลเข้า

ข่าวเศรษฐกิจ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- ศุกร์ที่ 19 เมษายน 2562 14:49:08 น.

TMB Analytics ประเมินเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นในช่วงที่เหลือของปีแตะระดับ 31.16 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้น 4% จากสิ้นปีก่อน ปัจจุบัยหนุนมาจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ การคาดการณ์ดุลการค้าที่ยังคงเป็นบวก และการดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายมากขึ้นของธนาคารกลางหลักของโลก

อย่างไรก็ตาม ค่าเงินบาทอาจผันผวนเพิ่มขึ้นในช่วงที่เหลือของปีจากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง โดยปัจจัยที่จะกดดันให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นมากที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้นรายรับจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่คิดเป็นเกือบ 40% ของดุลการชำระเงินทั้งหมด โดยคาดว่าในปีนี้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะสูงถึง 40.4 ล้านคน หรือขยายตัวกว่า 5.5% จากตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เริ่มกลับมาขยายตัวได้ดีหลังเหตุการณ์เรือฟีนิกซ์ล่มที่ภูเก็ตเมื่อกลางปีที่แล้ว และมีแนวโน้มขยายตัวได้ต่อเนื่องแม้ตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนในเดือน ก.พ.62 จะต่ำลงเมื่อเทียบกับฐานที่สูงจากปีก่อน

อีกทั้ง ดุลการค้าที่คาดว่าจะยังคงเกินดุลต่อเนื่อง รวมมูลค่ากว่า 2.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จะเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เงินบาทแข็งค่าขึ้น ถึงแม้ว่าการส่งออกจะขยายตัวลดลงจากการชะลอของเศรษฐกิจโลกแต่การนำเข้าอาจชะลอมากกว่าจากปัจจัยการลงทุนในประเทศที่รอความชัดเจนจากรัฐบาลใหม่ในช่วงครึ่งปีหลัง โดยคาดว่าการนำเข้าจะชะลอลงจาก 12.5% ในปีก่อนเหลือเพียง 2% ในปีนี้

นอกจากนี้ TMB Analytics คาดว่า ถึงแม้ว่าไทยจะยังมีความเสี่ยงด้านการเมืองแต่ในช่วงที่เหลือของปีจะมีเงินทุนจากนักลงทุนต่างชาติไหลเข้าสุทธิ เนื่องจากธนาคารกลางของเศรษฐกิจหลักเริ่มปรับท่าทีต่อการดำเนินนโยบายการเงินจากเดิมที่จะเข้มงวดมากขึ้นกลายเป็นผ่อนคลายมากขึ้น จากสาเหตุความกังวลเศรษฐกิจโลกชะลอตัวและความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ เช่น สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีนที่ยังไม่ได้ข้อสรุป Brexit ที่ยังยืดเยื้อโดยเพิ่งขยายเวลาเส้นตายออกไปเป็นสิ้นเดือน ต.ค.62 และการเจรจาการค้าทวิภาคีระหว่างสหรัฐฯกับญี่ปุ่น และสหรัฐฯกับยุโรปที่กำลังจะเริ่มขึ้น

ประกอบกับพื้นฐานทางด้านต่างประเทศของไทยยังแข็งแกร่ง โดยเฉพาะดุลการชำระเงินที่ยังคงเกินดุล และเงินทุนสำรองระหว่างประเทศที่ล่าสุดสูงถึง 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

อย่างไรก็ดี เงินทุนไหลเข้าจากต่างประเทศอาจมีความอ่อนไหวต่อความเสี่ยงในช่วงที่เหลือของปี ส่งผลให้ค่าเงินบาทอาจผันผวนมากขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังจากค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นและอาจเผชิญความความผันผวนที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงที่เหลือของปี ผู้ประกอบการรวมถึงนักลงทุนควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของค่าเงินที่เหมาะสม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง