ตัวเลขการใช้จ่ายภาคการก่อสร้างของสหรัฐยังคงปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่ซบเซา โดยลดลงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2536 เนื่องจากใช้จ่ายภาคการก่อสร้างของภาคธุรกิจและรัฐบาลลดลงจากในอดีต แม้ว่าสัญญาการก่อสร้างบ้านจะขยายตัวอย่างต่อเนื่องก็ตาม กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขการใช้จ่ายภาคการก่อสร้างของสหรัฐลดลง 1.1% ในเดือนธ.ค.ปี 2550 และลดลง 0.4% และ 0.9% เมื่อเปรียบเทียบกับสถิติในเดือนพ.ย.และต.ค.ตามลำดับ ซึ่งนับเป็นสถิติปรับตัวลดลงต่อเนื่องกันเป็นเดือนที่ 3 นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่า ตัวเลขการใช้จ่ายภาคการก่อสร้างจะลดลง 0.5% เนื่องจากการก่อสร้างของภาคธุรกิจเริ่มชะลอตัวลง หลังจากที่ประสบปัญหาสภาวะสินเชื่อตึงตัวและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ตัวเลขการก่อสร้างรวมในภาคเอกชนลดลง 1.1% ในเดือนธ.ค. นับเป็นสถิติปรับตัวลดลงต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย. 2547 โดยมีอัตราการก่อสร้างอาคารที่พักอาศัยลดลง 2.8% สู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค.2546 ส่วนตัวเลขการก่อสร้างภาคธุรกิจลดลง 1.3% ในเดือนธ.ค. จากที่เพิ่มขึ้น 1.8% ในเดือนพ.ย. ในปี 2550 ตัวเลขการใช้จ่ายภาคการก่อสร้างของสหรัฐโดยรวมลดลง 2.6% นับเป็นสถิติปรับตัวลดลงต่ำสุดนับตั้งแต่กระทรวงพาณิชย์ได้เริ่มทำการสำรวจเป็นครั้งแรกในปี 2536 ตัวเลขการก่อสร้างบ้านหรือที่พักอาศัยส่วนบุคคลลดลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 18.3% ขณะที่ตัวเลขการก่อสร้างนอกภาคที่พักอาศัยปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 18.3% เมื่อปีที่แล้ว ส่วนตัวเลขการก่อสร้างภาครัฐเพิ่มขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 12.6% ธอมสัน ไฟแนนเชียลรายงาน